TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Low Frequency” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
Low Frequency คลื่นความถี่ต่ำ ช่อง อมรินทร์ทีวี
เรื่องย่อซีรีส์ Low Frequency คลื่นความถี่ต่ำ ช่อง อมรินทร์ทีวีทุกวันเสาร์ เวลา 22:45-23.45 น. เริ่มเสาร์ที่ 8 กรกฎาคมนี้ นำแสดงโดย ปิ๊ง กันตพัฒน์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา และ กีต้าร์ สาริน ตั้งเจริญไพศาล
เรื่องย่อละคร • 6 ก.ค. 66
อ่าน
โบรกคาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเอสแอล ระบุว่า ดัชนีช่วงเช้าแกว่งตัวออกด้านข้าง ไร้ปัจจัยหนุนใหม่การซื้อขายเป็นการ selective buy ในกระจายไปในหลายกลุ่ม ทั้งโรงไฟฟ้า สื่อสาร และโรงกลั่น สลับกับมีแรงขายในหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ ตาม sentiment ต่างประเทศ รวมถึงในหุ้นธนาคาร บางส่วน ซึ่งมองว่าเป็นเพียงแรงขายทำกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมาทั้งนี้นักลงทุนต้องรอติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศ วันนี้ที่ประชุม กรอ. มีการออกมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (รัฐช่วย 50% ประชาชนจ่าย 50%) คาดการณ์ว่าจะเริ่มในช่วงปลายปี 2569 และรอติดตามการรายงานผลประกอบการ กลุ่มธนาคาร และการเงินสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามของสหรัฐฯ ได้แก่ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการกลยุทธ์การลงทุน ดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง ระหว่างวันหากย่อตัวลงให้เน้นยืนที่แนวรับ 1,628/1,620 ไม่ควรต่ำกว่า แนวต้าน 1,642/1,655 ตามลำดับบล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีพักฐานจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม Fund Flow ที่ยังไหลเข้าตลาดต่อเป็นตัวพยุงดัชนี คาดดัชนีในภาคบ่ายแกว่งตัวในกรอบ 1,625 - 1,643 จุดขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ออกข้าง โดยมีแรงขายกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA ตามทิศทางหุ้นกลุ่มชิปสหรัฐที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ดี Fund Flow ที่ยังคงไหลเข้ามา เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,636.05 จุด บวก 0.76 จุด หรือ 0.05%มีมูลค่าการซื้อขาย 54,299 ล้านบาท
ทันหุ้น • 7 วันที่แล้ว
WARTHUNDER | ประจำวันพุธ มากันเด้อ
มาครับ เอนจอยย คอมกากเกิน2042ไลฟ์ ขึ้นช่องไม่ได้ T^T สวัสดีครับนั่งคุยกัน สอบถามไถกันได้ :D - สนใจโดเนทขึ้นจอ ขั้นต่ำ10บาทครับ อยากลองระบบด้วย :D https://tipme.in.th/lazycutx
Online Station • 14 ธ.ค. 66
🔴LIVE | คืนนี้มีแขกรับเชิญพิเศษ | WAR THUNDER
สนใจโดเนทขึ้นจอ ขั้นต่ำ10บาทครับ https://tipme.in.th/lazycutx เอนจอยย ใครโสด ไม่ได้ไปไหนเชิญๆ สวัสดีครับนั่งคุยกัน สอบถามไถกันได้ :D - #warthunderไทย #gaming #LazyCUTx
Online Station • 11 ธ.ค. 67
อ่าน
SYNEX โบรกแนะนำ “ซื้อ” คาดกำไรไตรมาส 2 แตะ 192 ล้านบาทโต 17%
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SYNEX โบรกแนะนำ “ซื้อ” คาดกำไรไตรมาส 2 แตะ 192 ล้านบาทโต 17%บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีแนวโน้มรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% YoY และ 8.2% QoQ จากการเติบโตของรายได้ในเกือบทุกกลุ่มสินค้า รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าธุรกิจ Apple ยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทานของ iPhone รุ่นระดับเริ่มต้น ซึ่งยังเป็นปัจจัยจำกัดการเติบโตของบริษัทฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ คาดว่ารายได้ไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 11,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% YoY และ 5.6% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตต่อเนื่องของกลุ่ม Memory, Commercial และ Consumer ซึ่งสะท้อนการนำ Enterprise AI มาใช้งานเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลงทุนด้านไอทีที่ฟื้นตัวขณะที่กลุ่มสินค้า Apple ยังอ่อนแอกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสมาร์ตโฟนราว 29% ของยอดขาย และระบบนิเวศของ Apple คิดเป็นประมาณ 38% ของยอดขายในปี 2568 โดยปัญหาการขาดแคลนอุปทานของ iPhone รุ่นตลาดแมสส่งผลกระทบต่อยอดขายราว 9-10% ของรายได้รวมด้านความสามารถในการทำกำไร คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะทรงตัวที่ 3.85% ใกล้เคียงกับ 3.83% ในไตรมาส 2/2568เนื่องจากสัดส่วนการจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Enterprise ที่มีอัตรากำไรสูงสามารถชดเชยความอ่อนแอของกลุ่มสมาร์ตโฟน ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) คาดว่าจะอยู่ที่ 194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% YoY และ 7.6% QoQ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP คาดว่าจะอยู่ที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY และ 5% QoQ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/2569 ทิสโก้คาดว่าผลประกอบการจะทรงตัว โดย Apple ยังคงจัดสรรกำลังการผลิตให้กับ iPhone รุ่นระดับสูงเป็นหลัก ท่ามกลางภาวะชิปหน่วยความจำที่ตึงตัว ส่งผลให้สินค้ารุ่นตลาดแมส ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SYNEX ยังมีอุปทานจำกัด อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ Apple และความต้องการสินค้า Enterprise ที่เข้าสู่ช่วง High Season จะช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SYNEX พร้อมให้ราคาเหมาะสมที่ 11.00 บาท โดยประเมินด้วยวิธี Sum of the Parts สะท้อนมูลค่าธุรกิจจัดจำหน่ายหลักที่ 10.20 บาทต่อหุ้น และมูลค่าการลงทุนใน NCAP ที่ 0.75 บาทต่อหุ้น พร้อมระบุว่าความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่อัตรากำไรขั้นต้นและผลการดำเนินงานของ NCAP ที่อาจต่ำกว่าคาด
ทันหุ้น • 15 ก.ค. 69
อ่าน
ทิสโก้มองหุ้นไทย 2H69 ฟื้น ชูธีมหุ้นดั้งเดิม-ปันผลสูง
#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะปรับขึ้นแบบกระจายตัว เพราะอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น คาดจะทำให้นักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มลงทุนจากหุ้นเทคโนโลยีมาลงทุนในหุ้นดั้งเดิม และหุ้นปันผลสูง ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์ดังกล่าว นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่โทนการสื่อสาร “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) อย่างชัดเจนเทียบกับครั้งก่อน โดยนาย Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่กล่าวย้ำ “การสร้างเสถียรภาพด้านราคา” หลายครั้ง ทำให้ตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองโดยให้น้ำหนักว่า FED จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 25-50 bps ภายในปี 2569 นี้ และ FED อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer)ด้วยท่าทีของ FED ที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโนบายการเงินเพื่อคุมเงินเฟ้อ คาดจะกระตุ้นให้เกิดการโยกเงินออกหุ้นเทคที่มูลค่าค่อนข้างแพงและขึ้นนำตลาดในช่วงสงครามผ่อนคลายมาสู่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นเชิงรับที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า ซึ่งบล.ทิสโก้มองหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เน้นกลุ่มดั้งเดิมและมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทค แถมกลุ่มดั้งเดิมส่วนใหญ่ อาทิ กลุ่ม ENERG, BANK, COMM, FOOD และ HELTH เป็นต้น ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทนทานกับภาวะเศรษฐกิจอีกด้วยหากนำแนวทางลงทุนข้างต้นมามาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก บล.ทิสโก้เชื่อว่าจะเห็นการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ทำให้การขึ้นของ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังจะกระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้นแม้ภาพรวม SET Index อาจไม่ได้ไปไหนไกลก็ตาม (บล.ทิสโก้มีเป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้ที่ 1,600 จุด) เพราะหุ้นกลุ่ม ETRON หลัก ๆ คือ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง บล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่ม Laggards ที่เกี่ยวข้องกับธีม Domestic Recovery Plays แนะนำ HELTH , TOURISM , COMM และ ICT เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Leading ที่บล.ทิสโก้ยังชอบอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ BANK และ TRANSสำหรับช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม นี้ บล.ทิสโก้มองมีโอกาสเห็น “Mid-year rally” อิงจากสถิติทั้งช่วง 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า SET Index มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นสูงถึง 70-80% และมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 2.1-3.1% ซึ่งบล.ทิสโก้เชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ส่วนหนึ่งอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในช่วงกลางปีเพื่อหวังผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล และแนวโน้มเงินบาทที่มักแข็งค่าขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง ในเชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้แนะนำ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี (อย่างน้อยเติบโต YoY) และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล ชอบ BDMS, HMPRO, PTT, TRUE ผสานกับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกรับอานิสงส์แนวโน้มการลงทุนที่สดใสและสงครามคลี่คลาย แนะนำ AMATA, CRC, ERW สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนกรกฎาคม คือ AMATA, BDMS, CRC, ERW, HMPRO, PTT และ TRUE ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,535-1,540 จุด และ 1,500-1,520 จุด ตามลำดับ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด และ 1,650-1,660 จุด ตามลำดับด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนกรกฎาคมนี้ MSFT80 และ SPHLTH80 โดยบล.ทิสโก้เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มของ AI และ Semiconductor มายังกลุ่ม Healthcare ผ่าน SPHLTH80 ที่ลงทุนใน STATE STREET HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR ETF หรือ XLV ที่บล.ทิสโก้มองว่าเป็น 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เงินทุนจะไหลเข้าหากมีแรงขายในกลุ่ม AI ในขณะที่ MSFT80 เป็นกลุ่มเทคที่มีราคายัง Laggard และมีงานในมือสูง ประกอบกับการเปิดตัว Copilot Cowork อย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
ทันหุ้น • 1 ก.ค. 69
รู้จักระบบ SAM ระบบเรดาร์ บน SPAA | WAR THUNDER
#LazyCUTx #warthunderไทย #warthunder สวัสดีครับ เลา LazyCUTx แคลน NYAN ประจำ Warthunder นะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเพิ่งหัดทำคลิป ตัดต่อคลิปไม่เป็น ถ้ามีอะไรผิดผลาดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยขอรับ - สนใจโดเนทค่าไมค์ซอร์ฟแวร์อัดคลิป\ตัดต่อ\ไมค์คุณภาพดีขึ้น https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 5 2600 -GTX1660ti -16 GB of Ram -250GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 29 มิ.ย. 66
WARTHUNDER | อีเว้นทเริ่ม แล้วว
เอนจอยย สวัสดีครับนั่งคุยกัน สอบถามไถกันได้ :D - สนใจโดเนทขึ้นจอ ขั้นต่ำ10บาทครับ อยากลองระบบด้วย :D https://tipme.in.th/lazycutx
Online Station • 21 ธ.ค. 66
อ่าน
BGRIM พุ่งแรง 10.06% แตะ 16.40 บาท +1.50 บาท นำกลุ่มโรงไฟฟ้า
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BGRIM พุ่งแรง 10.06% แตะ 16.40 บาท +1.50 บาท นำกลุ่มโรงไฟฟ้า ตะวันออกกลางคลี่คลายหนุนโมเมนตัมเชิงบวก-ต้นทุนก๊าซ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.00 บาทบล.ดาโอ : กลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ BGRIM ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิง DCF (WACC 7.6%, terminal growth 1.5%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้1) Renewable projects และธุรกิจ Data Center เป็น growth drivers สำคัญในระยะกลาง-ยาว โดยโครงการ Nakwol-1 คาดทยอย COD ในช่วง 4Q26E–2Q27E ขณะที่ hyperscaler ได้จอง capacity ของ Data Center เต็ม 96MW2) คุณภาพกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นจาก recurring income ของ renewable projects ใหม่ โดยเฉพาะ hydropower ในสหรัฐฯ (102MW) และโครงการใหม่ที่ทยอย COD ในช่วงปี 2026E-28E ซึ่งหนุน core profit CAGR ปี 2025-28E ราว 13%3) รายได้ปี 2026E คาดเติบโต +8.1% YoY จาก demand ลูกค้า IU และการทยอย COD ของโครงการใหม่ แม้ GPM อาจอ่อนตัวลงสู่ 17.9% จากต้นทุนก๊าซสูง แต่ผลกระทบเริ่มถูกจำกัดจากการเพิ่มสัดส่วนสัญญา gas pass-through / fuel-linkedเราประมาณการกำไรปกติปี 2026E/27E ของ BGRIM ที่ 2.2/2.3 พันล้านบาท (+1%/+7% YoY) โดยแม้ปี 2026E จะยังถูกกดดันจากต้นทุน LNG ที่สูงและ margin กลุ่ม SPP ที่อ่อนตัวลง แต่เรามอง downside จำกัดจาก demand ลูกค้า IU ที่ยังเติบโตและการทยอย COD ของโครงการใหม่ ขณะที่ปี 2027E คาดกำไรจะฟื้นตัวจากต้นทุนก๊าซที่เริ่มผ่อนคลาย การรับรู้รายได้เต็มปีจาก Nakwol-1 และ upside จากธุรกิจ Data Center ซึ่งจะหนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลางถึงยาวราคาหุ้นปรับตัวลงและ underperform SET -5% ในช่วง 3 เดือน โดยเรามองเป็นจังหวะซื้อสะสมที่น่าสนใจ โดย valuation ปัจจุบันซื้อขายคิดเป็น PER 2026E ที่ 15.3x สะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นไปมากแล้ว ขณะที่ยังมี catalyst เชิงบวกหลายประเด็นบล.กสิกรไทย ระบุ สหรัฐฯและอิหร่านตกลงกรอบเจรจาสัญญาสันติภาพแล้ว และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทำให้ความเสี่ยงราคาพลังงานคลายลงน้ำมันดิบ Brents เช้านี้ลงสู่กรอบ 83-85 เหรียญฯ ต่ำสุดตั้งแต่ 5 มี.ค. 69 US Bond Yield 10 ปี ต่ำสุดใน 1 เดือนแนะนำหุ้น บมจ.บี.กริม.เพาเวอร์ : BGRIM ราคาพื้นฐาน 14.50 บาท โดยระบุว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายช่วยกระตุ้นโมเมนตัมเชิงบวก ส่งผลดีต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในเรื่องแนวโน้มต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เจรจาปรับค่าไฟลูกค้าอุตสาหกรรมคืบหน้าครอบคลุมแล้วราว 50% ของกลุ่มลูกค้า ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการผลิตไฟฟ้า (Spark Spread) ให้ยังคงอยู่เหนือระดับ 1 บาทต่อหน่วยData Center และ Nakwol Wind Farm เป็น Growth Driver ในระยะยาว โดยโครงการ Data Center ขนาด 96 เมกะวัตต์ (MW) จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงปลายปี 69 ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Nakwol ขนาด 365 เมกะวัตต์ (MW) ในประเทศเกาหลีใต้ คาดว่าจะสามารถ COD ได้เต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 69 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ผลกำไรเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของปี 69
ทันหุ้น • 15 มิ.ย. 69
อ่าน
WHA โบรกคาดกำไรปีนี้ทำ All time high ครึ่งปีหลังยอดโอนดีขึ้น
#WHA #ทันหุ้น-บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA คงคำแนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาพื้นฐานที่ 5.40 บาท โดยคาดว่ายอดโอนที่ดินในไตรมาส 2/69 จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/69 จากนิคมใหม่ WHA-ESIE5 เริ่มโอนได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 แต่เบื้องต้นมองว่ากำไรไตรมาส 2/69 จะชะลอลง QoQ เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษเข้ามาเหมือนไตรมาสแรกปีนี้โดยนิคม WHA-ESIE5 เฟสแรก 3,400 ไร่เป็นนิคมหลักที่จะเข้ามาโอนในปีนี้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าโอนที่ดินจำนวนไร่ใกล้เคียงปีก่อนที่ 2,074 ไร่ แต่จะมีราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ที่สูงขึ้น และด้วยมูลค่าที่สูงขึ้นยังทำให้กำไรปีนี้สูงขึ้น YoY และคาดว่าจะสามารถทำ All time high ได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และคาดว่าแนวโน้มยอดโอนจะเข้ามาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังขณะที่ในไตรมาส 1/69 WHA รายงานกำไรสุทธิที่ 1,508 ล้านบาทลดลง 27.3% YoY มียอดโอนรวม 296 ไร่ลดลงกว่าปีก่อนที่มีโอนบิ๊กล็อต แต่ในส่วนของรายได้คลังสินค้าให้เช่าและสาธารณูปโภคเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยได้ โดยในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่ายังสามารถทำยอดขายในไทยได้ตามเป้าถึงมากกว่าที่ 2,300 ไร่ ส่วนเป้าเวียดนาม 200 ไร่ อาจไม่ถึงเป้าจากนิคมอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งประเมินว่าแนวโน้มยอดขายและยอดโอนจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก ปัจจุบันได้เจรจาลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม เช่น Battery EV, Data center, Electronics appliance supply chainราคาหุ้น WHA พักเที่ยงปิดที่ 4.80 บาท ลบ 0.04 บาท หรือ 0.83% มีมูลค่าการซื้อขาย 236.55 ล้านบาท
ทันหุ้น • 20 พ.ค. 69
อ่าน
Empty Heaven: Liminal Dream เกมสยองขวัญจิตวิทยา โลกแห่งความฝันที่ดูแปลก เตรียมวางจำหน่ายบน Steam
เตรียมดำดิ่งลึกลงไปในความฝัน กับ Empty Heaven: Liminal Dream เกมสยองขวัญจิตวิทยา ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมแนว Backrooms และ Dreamcore ตัวเกมจะให้เราออกสำรวจ หาเบาะแสในความฝัน ใครที่กลัวตุ้งแช่หรือการโดนไล่ไม่ต้องห่วงเลยเกมนี้แค่จะให้เราจมอยู่กับความฝันจนลืมตื่นไปเลย... โดยตัวเกมสามารถกด Wishlist บน Steam ได้แล้ว!Empty Heaven: Liminal Dreamเกมแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ดำเนินเรื่องผ่านพื้นที่อันแปลกประหลาดเหมือนหลุดเข้าไปในความฝัน ออกสำรวจ สังเกต ฟังเสียงแปลก ๆ เบาะแสปริศนา และการค้นพบที่จะค่อย ๆ ดึงคุณให้ดำดิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมแนว Backrooms และ Dreamcore ไม่มี Jumpscare หรือการวิ่งไล่ล่า มีเพียงความรู้สึกอ้างว้างว่างเปล่า โลกใบนี้เป็นเพียงความฝันที่คุณลืมตื่นขึ้นมาเท่านั้นเอง...บ้านหลังหนึ่งที่ไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้ในทุกความฝันอันเคว้งคว้าง คุณจะมองเห็นบ้านเพียงหลังเดียวที่เป็นจุดเชื่อมโยงของทุกสรรพสิ่งห้องข้างในจะคอยเปลี่ยนทิศทางไปตามกาลเวลา ประตูโผล่ขึ้นมาในที่ที่ไม่ควรมีอยู่ และพื้นที่ที่ดูคุ้นตากลับพาคุณไปสู่สถานที่ที่เป็นไปไม่ได้ยิ่งคุณถลำลึกเข้าไป บ้านหลังนี้ก็ยิ่งกลายเป็นภาพสะท้อนของบางสิ่งที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในโลกใบนี้ทุกการเก็บไอเทม ตรวจสอบ ผสมของ หรือการโต้ตอบกับสิ่งรอบตัว จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณไปต่อได้ลองสังเกตดูดี ๆ สิ เห็นไหมว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง? ลองกลับไปสำรวจที่เดิมซ้ำ ๆ คอยตามเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียงแว่วจากที่ไกล ๆ หรือเศษเสี้ยวความหมายที่กระจัดกระจายอยู่ทุกอย่างที่คุณค้นพบจะยิ่งดึงให้คุณจมดิ่งลึกลงไปในโลกที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ก็ผิดเพี้ยนไปแบบสุด ๆ ในเวลาเดียวกันคุณต้องจำไว้เสมอความฝันเป็นเพียงความทรงจำที่เปราะบาง แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่คุณค้นพบจะยังคงติดตัวคุณไปตลอดทั้งเบาะแส สิ่งมีชีวิตปริศนา สถานที่ และเศษเสี้ยวต่าง ๆ จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในความทรงจำเก็บรักษาทุกการค้นพบเอาไว้ในขณะที่คุณกำลังปะติดปะต่อความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความฝันและโลกที่อยู่รอบตัวคุณLiminal Horror กับ silent nightmareไม่มี jumpscares ไม่มีการวิ่งไล่ล่า มีเพียงแค่ความกล้าที่จะเดินหน้าต่อไปเท่านั้นนี่คือการเดินทางท่ามกลางความเงียบงัน ความว่างเปล่า และความอ้างว้างไม่มีอะไรมาตะโกนใส่หน้าให้คุณต้องวิ่งหนี มีเพียงฝันร้ายที่ไร้เสียง พื้นที่ที่ชวนให้อึดอัด และความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจที่บีบให้คุณต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเองWishlist เกม Empty Heaven: Liminal Dream ได้ที่
Online Station • 11 พ.ค. 69
อ่าน
ตลท.เคาะมาตรการชุดใหญ่ ลุยปรับ Tick Size-ปลดล็อก Upstick Rule
#ทันหุ้น-ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลท. เคาะมาตรการชุดใหญ่! ลุยปรับ Tick Size หุ้น 5-50 บาทให้แคบลง พร้อมดัดหลังพวกส่งคำสั่งรัวแต่ไม่ซื้อจริงด้วยการเก็บ Extra Charge ปลดล็อก Upstick Rule และจำกัดหุ้นที่ขายชอร์ตได้เฉพาะกลุ่มสภาพคล่องสูงเท่านั้น เตรียมเปิดเฮียริ่งตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 นี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้การทบทวนมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนตามแผนกลยุทธ์ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" โดยสาระสำคัญของการปรับปรุงมาตรการแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:**มาตรการใหม่ปรับ Tick Size ใหม่: สำหรับหุ้นที่มีราคาตั้งแต่ 5-50 บาท จะมีการปรับช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) ให้แคบลง เพื่อลดส่วนต่างราคา (Spread) และเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดเก็บภาษี "สายรัว" (Extra Charge): บัญชีที่มีการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order) ในปริมาณมากแต่จับคู่ (Deal) ได้น้อย หรือมีค่า High Order-to-Trade Ratio (OTR) เกิน 100 เท่า และมีการส่งคำสั่งเร็วกว่า 50 ครั้งต่อนาที หากส่งเกิน 30,000 รายการต่อวัน จะถูกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงของการส่งคำสั่ง**การปรับเกณฑ์ปรับเกณฑ์ Upstick Rule ให้เป็ร Zero plus plus Tick หากหลักทรัพย์ใดมีราคาลดลงตั้งแต่ 10% ขึ้นไปจากราคาปิดวันก่อนหน้า จะถูกบังคับใช้เกณฑ์ Upstick ทันทีในวันทำการถัดไป เพื่อชะลอแรงขายในช่วงตลาดผันผวนจำกัดวงหุ้นขายชอร์ต: จะอนุญาตให้ขายชอร์ตได้เฉพาะหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง เช่น หุ้นในกลุ่ม SET100, ETF, DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures เท่านั้น พร้อมสั่งห้ามขายชอร์ตในหลักทรัพย์อ้างอิงของ ETF และ DWยกเลิก Dynamic Price Band: สำหรับหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ เพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขาย**จัดระเบียบ HFT ยกเลิก Minimum Resting Timeลงทะเบียน HFT: ผู้ลงทุนกลุ่ม High-Frequency Trading (HFT) จะต้องลงทะเบียน (Register) เพื่อให้ ตลท. สามารถติดตามพฤติกรรมการซื้อขายได้อย่างใกล้ชิด [2]จำกัดพื้นที่เล่น: จะอนุญาตให้กลุ่ม HFT เข้าซื้อขายได้เฉพาะในหุ้นที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้นยกเลิก MRT: เนื่องจากเห็นว่ามาตรการ Minimum Resting Time (MRT) ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในเชิงปฏิบัติ และมีมาตรการ Extra Charge (OTR) เข้ามาดูแลทดแทนแล้วทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็น "การปรับปรุงมาตรการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่น" ผ่านทางเว็บไซต์ www.set.or.th โดยผู้ที่สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาทบทวนมาตรการอย่างรอบด้านต่อไป
ทันหุ้น • 13 พ.ค. 69
อ่าน
"CSNP" ลุยต่อ ส่ง "All Night" ซิงเกิลใหม่สุดอ้อน ขออยู่ด้วยกันถึงเช้า
เดินหน้าลุยต่อจากเพลง Low Batt แบบเอาใจสายนอนดึกอยู่ต่อกันยาว ๆ ไปถึงเช้า สำหรับ "All Night" ซิงเกิลใหม่จาก "CSNP" หรือ "สมาร์ท ชิษณุพงศ์" จากค่าย GRAND IVORY RECORD ที่ปรับลุคใหม่แบบสับ ๆ ทั้งเพลง ดนตรีทุกอย่างป๊อปมากขึ้น ทั้งบีทและจังหวะที่ Catchy และ MV สุดเท่ แต่ยังคงไม่ทิ้งสไตล์ความเป็นฮิปฮอป และตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ส่วนเนื้อเพลง ที่นอกจากจะพูดถึงการอยากให้คนพิเศษของเราอยู่ด้วยกันทุกคืน และไม่อยากให้ถึงตอนเช้าเลย ยังมีการเล่นคำพ้องเสียงจาก "All Night" เป็น "อ้อนหน่อย" ที่เป็นลูกเล่นฟังติดหูอีกด้วย "CSNP" เผยว่า "All Night เนื้อหาพูดถึงการที่เราอยากให้คนพิเศษของเราอยู่ด้วยทั้งคืน ไม่อยากให้เช้า โดยการเล่นคำพ้องเสียงตรงนี้ก็เป็นอีก 1 ลูกเล่นครับ เพื่อจะให้คนฟังรู้สึกติดหูครับ คำว่า All Night กับคำว่า อ้อนหน่อย ให้ฟิลอยากอ้อน ผมว่าเป็นอะไรที่เท่ เเละ น่ารักไปพร้อม ๆ กันเลยครับประมาณว่า อยากอยู่กับเธอทั้งคืน ถ้าต้องการให้อ้อน เราก็จะอ้อนเธอทั้งคืนครับ MV ส่วนตัวผมชอบ MV มาก ๆ แบบ มาก ๆ เพราะทุกอย่างออกมาดีมาก ๆ ครับ Mood ใน MV เสื้อผ้า เมคอัพ ฉากส่งชุด ชุดส่งผม ผมส่งหน้า หน้าส่งคน คนส่งของ มีปรับลุคเป็นผมทอง เสื้อผ้าสไตล์สตรีท ผสมกับ Work Wear ที่ทำให้ลุคโดยรวมดูโตขึ้น พวกเราตั้งใจทำมาก ๆ เนื้อหา Relates ได้ง่าย เพราะมันต้องมีสักครั้งนึงแหละครับ ที่เราอยากจะอยู่กับใครสักคนจนเช้า ดนตรีจริง ๆ อยากให้เพลงฟังง่ายขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นสไตล์ของตัวเราไว้อยู่ครับ ยิ่งท่อนแร็ปก็จะใส่ความต้องการของตัวเราไป เพื่อให้มันซิ้งกับเนื้อหาของเพลงครับ ให้ดูมีความโหยหาอยู่ในนั้นครับ เพลงนี้นอกจากค่าย ก็มีพี่โปรดิวเซอร์คนเดิมของผม และพี่ ๆ โปรดักชั่น MV ทีมเดิม จากเพลง Low Batt ครับ รู้สึกว่าทำงานมีความสุขมาก ๆ ครับ ฝากเพลง All Night ไว้ด้วยนะครับ ฟังเพลงบน streaming ได้ทุกแพลตฟอร์มเลยครับ และยังมีชาเล้นให้ทุกคนทำกันด้วยนะครับ อย่าลืมมาเต้นกันเยอะๆน้า ส่วน MV เพลงอยู่ใน YT : Grand Ivory Record นะครับ lets gooooo"
ข่าวเพลงไทย • 4 พ.ค. 69
อ่าน
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Up ในกรอบ 1,475-1,490 จุด โดยคาดยังได้อานิสงส์จาก DELTA ที่ประกาศกำไร 1Q26 สูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามภาพรวมในกลุ่มอื่นๆ คาดว่าจะแกว่งทรงตัวเนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ล่าสุดยังคงไม่มีพัฒนาการเชิงบวกในด้านสงคราม แม้อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่แก่สหรัฐฯโดยให้ยุติสงครามก่อนเจรจาเรื่องเปิดช่องแคบและนิวเคลียร์ โดยล่าสุดทรัมป์ได้เรียกหารือข้อเสนอดังกล่าวกับทีมที่ปรึกษา แต่ยังมีการตอบรับใดๆด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงยืนในระดับสูงที่ US$108 ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาดูการประชุมธนาคารกลางหลักหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ได้แก่ BoJ Fed ECB BoE รวมถึงกนง. ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นเดิม แต่โฟกัสหลักอยู่ที่มุมมองเศรษฐกิจในระยะถัดไปโดยเฉพาะเงินเฟ้อที่ถูกกระทบจากสงครามส่วนปัจจัยในประเทศวานนี้โครงการไทยช่วยไทยพลัสยังไม่ได้เข้าพิจารณาในการประชุมครม.เศรษฐกิจ โดยรอความชัดเจนของแหล่งเงินและคาดว่าจะเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้าแทน เราประเมินตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักผลประกอบการ 1Q26 ที่เริ่มทยอยประกาศหนาแน่นมากขึ้นสัปดาห์นี้ โดยหุ้นที่มีกำไรแข็งแรงและกระทบจากสงครามจำกัดมีแนวโน้ม Outperform ตลาดกลยุทธ์ : Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลายหุ้นเด่นเดือน เม.ย. : CPALL, CPF, GULF, KTB, PRMFSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : DELTA• แนะนำ “เก็งกำไร” อยู่ระหว่างปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 300 บาท• ประกาศกำไรปกติ 1Q26 ทำ New High ที่ 9.08 พันลบ. +25% q-q, +65% y-y หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 8.84 พันลบ. +23% q-q, +77% y-y ดีกว่าคาด 6% หนุนจากทั้งรายได้และ Margin ที่ New High จาก Demand สินค้ากลุ่ม Power Electronic• แนวโน้ม 2Q26-2H26 คาดว่ายังเร่งขึ้นต่อเพราะยังได้คำสั่งซื้อจาก Delta Taiwan เข้ามามากขึ้น เรามีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้นจากปัจจุบันที่ 3.54 หมื่นลบ. +43% y-y• แนวรับ 304-301//292 บาท แนวต้าน 319 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ จะลดความร้อนแรงลง หลังวานนี้ ดัชนีฯ ถูกชี้นำด้วยการสูงขึ้นของหุ้น DELTA เป็นหลัก โดยในระหว่างวัน จะต้องติดตาม ทั้งความคืบหน้าเรื่องการเจรจาหยุดยิง และการเก็งงบ 1Q ของหุ้นในตลาดปัจจัยในประเทศมาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล (รถไฟฟ้า 40 บาท): "คมนาคม" ยืนยันไม่ได้ใช้งบ 1.4 แสนล้านบาทไปซื้อคืนรถไฟฟ้าเพื่อทำมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน แต่จะใช้วิธีปรับรูปแบบสัญญาเป็นแบบรับจ้างเดินรถแทน โดยเตรียมเสนอ ครม. ในเดือน พ.ค. นี้ เพื่อให้ รฟม. เป็นผู้บริหารจัดการแบบรายเดียว (Single Ownership) ก่อนเจรจากับผู้รับสัมปทาน ทั้งนี้ กระทรวงฯ ตั้งเป้าหมายให้เกิดค่าโดยสารร่วมในวันที่ 1 ม.ค. 70 และพยายามครอบคลุมให้ได้ทุกสายมาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล (คนละครึ่ง พลัส): กระทรวงการคลังได้ข้อสรุปโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" เตรียมแจกเงิน 4,000 บาทต่อคน โดยรัฐจะช่วยจ่าย 60% และผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% โครงการนี้ไม่ได้มุ่งแค่กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิมากกว่า 20 ล้านคน และจะเปิดลงทะเบียนในเดือน พ.ค. นี้นโยบายพลังงาน: รมว.พลังงาน เตรียมทบทวนรื้อโครงสร้างราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย รวมถึงพลังงานชีวมวล (Biomass) ใหม่ เนื่องจากหลายโครงการคืนทุนไปแล้วและต้นทุนพลังงานเปลี่ยนแปลงไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าไฟของประชาชนค่าเงินบาท และ กนง.: ล่าสุดเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.32 บาท/ดอลลาร์ โดยมีลักษณะแกว่งตัวไร้ทิศทาง ปัจจัยหลักมาจากการที่ตลาดกำลังรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางหลักของโลก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย ทั้งนี้ ตลาดคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ในการประชุมวันที่ 29 เม.ย. นี้ และมีแนวโน้มรอดูสถานการณ์ (Wait-and-see)กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow): ภาพรวมตลาดหุ้นนักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิรวม 1,260.36 ล้านบาท (รวม SET และ MAI) ด้านตลาดตราสารหนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 41,876 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ 244 ล้านบาทBig Lot นำตลาด: วันนี้พบการทำรายการบิ๊กล็อตสูงสุดคือหุ้น KBANK มูลค่ารวม 143.22 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 190.46 บาทต่อหุ้นปัจจัยต่างประเทศสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน: อิหร่านเสนอแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อม และสงครามยุติลง ขณะที่ Trump ยังไม่พอใจกับแผนของอิหร่านในการเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าว…….นายโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของประเทศอิหร่าน ในการมุ่งแก้ไขวิกฤติการณ์ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในวันนี้โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในช่วงไตรมาสที่ 4 ขึ้นเป็น 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ประเมินไว้ 80 ดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงอย่างรุนแรงทางการสหรัฐฯ ประกาศดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งของจีน เนื่องจากตรวจพบว่ามีการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านในปริมาณที่สูงมากนโยบายการเงินสหรัฐฯ และญี่ปุ่น: นายเจอโรม พาวเวล เตรียมเป็นประธานการประชุม FOMC นัดอำลาตำแหน่งในสัปดาห์นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยTechnical : BCH, KAMARTขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,465– 1,470 แนวต้าน 1,485 – 1,490 คาดดัชนีได้แรงหนุนจาก DELTA ที่รายงานกำไร Q1/69 ดีกว่าคาด โดยสัปดาห์นี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ๆ , กนง. และการเจรจาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ – อิหร่าน แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มอิเล็ก ฯ HANA, KCE หลัง DELTA รายงานกำไรดีกว่าคาด / กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC,IVL คาดได้แรงหนุนจากสเปรดผลิตภัณฑ์ / กลุ่มพลังงานทดแทน GUNKUL, BCPGGUNKUL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.00 บาท) ผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้ปี 69 ราว 1 หมื่นล้านบาท จาก Backlog งาน EPC ในมือราว 8 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ราว 5 พันล้านบาท ขณะที่งานที่รอเข้าประมูลเพิ่ม ได้แก่ งานก่อสร้างสายส่งและ Substation ของ EGAT และ PEA มูลค่าราว 3.35 หมื่นล้านบาท โครงการ Solar ชุมชน 1,500 MW และ Direct PPA 2,000 MW สำหรับ Data Center ส่วนแนวโน้มระยะสั้น 1Q69 คาดกำไรโต YoY หนุนจากรายได้ของธุรกิจ EPC สำหรับภาพ 1-2 ปีมี catalyst จากแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นสำหรับที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วย/เดือน หนุนการติดตั้ง Solar Rooftop จากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป โดยมีนโยบายรัฐสนับสนุนลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท (ปีภาษี 69-71) สำหรับบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 10kWp ในระบบ On-grid ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.85 พันล้านบาท +5%YoY และ 1.98 พันล้านบาท +7%YoYKLINIQ (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) ภาพรวมปี69 เราคาดว่า KLINIQ จะสามารถมีการเติบโตหนุนจาก 1.การเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติ 2.น้ำหนักที่มีผลน้อยลงไปของค่าใช้จ่ายการขยายสาขาใหม่จากฐานที่กว้างขึ้น 3.รายได้ของสาขาที่เปิดใหม่ โดย ปัจจุบัน เราอนุมานสาขา ณ สิ้นปี69 ที่ 92 สาขา(+10 สาขาจากปี68) และ 4.การเพิ่ม Brand/Format ใหม่ๆ โดยธ.ค.68 ที่ผ่านมาKLINIQ ได้มีการเปิดตัว Acne Lab สาขาแรก ส่วนการดำเนินงานช่วง 1Q69 นี้ คาดว่าจะ +YoY ได้ต่อ แต่ -QoQ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มาใช้งานช่วงสิ้นปีมากกว่า ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิ ปี69 และ ปี70 ของ KLINIQอยู่ที่ระดับ 426 ลบ.( +17%YoY) และ 470 ลบ.(+10%YoY)
ทันหุ้น • 28 เม.ย. 69
อ่าน
บสย.จับมือออมสิน ปล่อยค้ำสินเชื่อดอกต่ำ ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ปี ช่วย SMEs ฝ่าวิกฤต
#ทันหุ้น บสย. ผนึก Soft Loan ออมสิน และพันธมิตรธนาคาร “ค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ”ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำฯ 3 ปีแรก ช่วย SMEs ประหยัดต้นทุน ฝ่าพิษเศรษฐกิจดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. ร่วมกับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท และสถาบันการเงินรัฐและเอกชน จัด “โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” วงเงิน 50,000 ล้านบาท ร่วมกับค้ำประกันยาว 7 ปี ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีที่ 4-7 ค่าธรรมเนียมต่ำเริ่มต้นเพียง 1% ต่อปี ตามวงเงินคงเหลือในปีที่ 4 โดยค้ำประกันให้กับกลุ่ม “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” ของธนาคารต่างๆ ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี ช่วย SMEs ประหยัดต้นทุน ลดภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจปัจจุบันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงินต่างๆ ที่มี บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Quick Big Win มีหลากหลายกลุ่ม ครอบคลุมทุกความต้องการของ SMEs ตั้งแต่กลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ไปจนถึงกลุ่ม SMEs ทั่วไป ที่ต้องการสินเชื่อตั้งแต่ 1 หมื่นบาท – 40 ล้านบาท อาทิ สินเชื่อ SMEs Recharge ของธนาคารออมสิน, สินเชื่อ sSME Smart shop ของธนาคารกรุงไทย, สินเชื่อเพื่อธุรกิจใหม่ ของธนาคารไทยพาณิชย์, สินเชื่อเขียวตบโต๊ะ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และสินเชื่อ Soft Loan พลิกฟื้น SMEs ไทย ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นต้นสำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มุ่งช่วยผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มต่างๆ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านธนาคารออมสิน ช่วย SMEs รับมือเศรษฐกิจที่ผันผวน และวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ต้นทุนวัตถุดิบ การขนส่งพุ่งสูงขึ้น“โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จะช่วยให้ SMEs ทั้งกลุ่มที่ต้องการสินเชื่อเพื่อลงทุน ขยายกิจการ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจที่ประสบปัญหา และอยู่ระหว่างการพลิกฟื้น สามารถประคับประคองและผ่านพ้นไปได้” นายสิทธิกร กล่าวผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วม “โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” สามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาที่ LINE OA : @tcgfirst ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) หรือสำนักงานเขต บสย. 11 แห่งทั่วประเทศ และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999
ทันหุ้น • 29 เม.ย. 69
อ่าน
Bitcoin ส่อดิ่งแตะ 6 หมื่น! เซ่นปมสหรัฐฯ-อิหร่านชะงัก
#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Bitcoin และตลาดคริปโตในภาพรวมยังคงซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่าสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไปจากข้อมูลหน้าราคา Bitcoin ของ The Block พบว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกปรับตัวขึ้น 0.34% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยซื้อขายอยู่ที่ 66,966 ดอลลาร์ ณ เวลา 23.15 น. ของวันอาทิตย์ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) หลังจากที่ Bitcoin เพิ่งเผชิญกับการร่วงลงอย่างกะทันหันเมื่อวันเสาร์ โดยดิ่งลงไปแตะระดับ 65,000 ดอลลาร์ แม้ว่าราคาจะเริ่มทรงตัวได้บ้าง แต่ยังคงต่ำกว่าระดับของสัปดาห์ที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 71,000 ดอลลาร์ และลดลงถึง 47% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 126,080 ดอลลาร์ที่บันทึกไว้ในเดือนตุลาคม 2025"สิ่งที่เราเห็นในสัปดาห์นี้คือการเทขายเพื่อลดความเสี่ยง (Risk-off unwind) แบบดั้งเดิม" Rachael Lucas นักวิเคราะห์คริปโตจาก BTC Markets กล่าว "Bitcoin แตะระดับ 72,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางสัปดาห์ด้วยความหวังว่าจะมีทางออกทางการทูตในตะวันออกกลาง แต่แล้วก็ร่วงกลับลงมาทั้งหมดเมื่อความหวังเหล่านั้นจางหายไป และความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันกลับมาอีกครั้ง" นักวิเคราะห์เสริมว่าสถานการณ์รอบช่องแคบฮอร์มุซกำลังทำให้ความกลัวเรื่องเงินเฟ้อแย่ลง ซึ่งขัดขวางไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาคริปโตถูกกดดันความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีรัฐในอ่าวเปอร์เซียที่อยู่ใกล้เคียง เช่น คูเวตและซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่การเจรจาสันติภาพยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน ดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear Greed Index) ของ The Block อยู่ที่ระดับ 9 ซึ่งหมายความว่าตลาดอยู่ในภาวะ "กลัวอย่างสุดขีด" (Extreme Fear)"ในระยะสั้น ราคาน้ำมันและก๊าซจะยังคงอยู่ในระดับสูงและฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้" Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ BTSE กล่าว "ด้วยเหตุนี้ เราเชื่อว่าราคาคริปโตยังมีโอกาสร่วงลงได้อีก โดย Bitcoin อาจตกลงไปถึงระดับแนวรับที่ 60,000 ดอลลาร์" เช่นเดียวกับ Andri Fauzan Adziima หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Bitrue ที่ระบุว่าตลาดจะยังคงผันผวนตามพาดหัวข่าว และแรงกระแทกเพิ่มเติมอาจพา Bitcoin ไปสู่ 60,000 ดอลลาร์ได้ แต่หากมีความคืบหน้าในการลดระดับความขัดแย้งและราคาน้ำมันผ่อนคลายลง อาจนำไปสู่การพุ่งกลับขึ้นไปเหนือ 70,000 ดอลลาร์สวนทางกันระหว่างรายย่อยและสถาบันในขณะเดียวกัน Lucas จาก BTC Markets ตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนรายย่อยและสถาบันกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม "ความเชื่อมั่นของรายย่อยเต็มไปด้วยความกลัว นักลงทุนทั่วไปกำลังป้องกันความเสี่ยงหรือนั่งดูอยู่ข้างสนาม" Lucas กล่าว "แต่ภาพลักษณ์ของความเชื่อมั่นในฝั่งสถาบันกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"Lucas ชี้ให้เห็นว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รายงานว่ามีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 1.13 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเงินไหลออกต่อเนื่องตลอด 4 เดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ยังพบการซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องของ Strategy และการเตรียมเปิดตัวกองทุน Bitcoin ETF ค่าธรรมเนียมต่ำของ Morgan Stanley "เมื่อความกลัวของรายย่อยและการสะสมของสถาบันแยกตัวออกจากกันอย่างรุนแรง ประวัติศาสตร์มักบ่งชี้ว่าสถาบันมักจะเป็นฝ่ายถูก" Lucas กล่าวนอกเหนือจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research ระบุว่านักลงทุนกำลังมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ทั้งตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมีนาคม ซึ่งอาจจุดชนวนการฟื้นตัวแบบเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on rally) หากตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าคาดอีกครั้งที่มาhttps://www.theblock.co/post/395588/bitcoin-trades-near-66500-iran-deadlock
ทันหุ้น • 30 มี.ค. 69
อ่าน
“TELECOM” มุมมองทิสโก้ กสทช.อนุมัติร่างแพ็กเกจ ‘ธงฟ้า’
#ทันหุ้น - บล.ทิสโก้ ส่องกลุ่ม TELECOM กสทช. อนุมัติร่างแพ็กเกจ 'ธงฟ้า' มองผลกระทบยังคงเป็นกลาง แม้ว่าจะต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประเมินผลกระทบของการปรับเปลี่ยนที่เสนออย่างครบถ้วน แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ประการแรก ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าโควต้าความเร็วสูงสุด 6GB ไม่น่าจะดึงดูดผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน จากข้อมูลที่ ADVANC เปิดเผย การใช้งานข้อมูลเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 35GB ต่อเดือน ทำให้แพ็กเกจ ธงฟ้า ไม่เพียงพอสำหรับผู้บริโภคทั่วไปประการที่สอง แม้ว่า FUP จะเพิ่มขึ้นเป็น 512kbps แต่ก็ยังต่ำกว่าเกณฑ์สำหรับการรับชมคอนเทนต์ Over-The-Top (OTT) อย่างราบรื่น การรับชม YouTube ในความละเอียดมาตรฐาน (360p) ต้องการความเร็วอย่างน้อย 0.7Mbps และการสตรีมสดบน Facebook แนะนำ 3-4Mbps ความเร็วที่เสนออาจทำให้ผู้ใช้ที่พึ่งพาคอนเทนต์วิดีโอรู้สึกไม่พอใจประการที่สาม แม้ กสทช. ต้องการลดช่องว่างระหว่างแพ็กเกจธงฟ้ากับแพ็กเกจเชิงพาณิชย์ แต่ผู้ให้บริการมือถือก็มีแพ็กเกจที่แข่งขันได้มากกว่าอยู่แล้ว เช่น TRUE มีแพ็กเกจ ‘Ready Sim Lotus’ ราคา 199 บาท/เดือน ให้ดาต้า 30GB ที่ความเร็ว 15Mbps (FUP 384kbps) พร้อมโควต้าโซเชียลมีเดียฟรี และโทรฟรี 15 นาทีแรกของทุกครั้ง ขณะที่ ADVANC มีแพ็กเกจ GOMO ‘Go More Fun’ แบบรายปี ราคา 2,799 บาท (เฉลี่ยประมาณ 234 บาท/เดือน) ให้ดาต้า 100GB/เดือน และโทร 60 นาทีแม้ว่าการปรับราคาครั้งนี้ จะมีผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มลูกค้าแบบ prepaid ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าต่ำกว่าและมีการใช้อินเทอร์เน็ตค่อนข้างน้อย ฝ่ายวิจัยจึงยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” สำหรับ TRUE โดยมีมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 15.80 บาท และแนะนำให้ “ถือ” สำหรับ ADVANC โดยมีมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 384.00 บาททั้งนี้ จากข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NBTC) ได้อนุมัติร่างหลักการของแพ็กเกจ “ธงฟ้า” (Blue Flag/Thong Fah) ฉบับปรับปรุงแล้ว หลังจากนี้ กสทช. จะดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพิ่มเติมต่อข้อเสนอดังกล่าว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนต่อเนื่องจากโครงการในปี 2568 ที่มุ่งปรับปรุงแนวทางบริการมือถือราคาประหยัดที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2563รายละเอียด : ข้อเสนอใหม่กำหนดราคาไว้ที่ 210 บาทต่อเดือน (ไม่รวม VAT) โดยแพ็กเกจใหม่จะให้ดาต้าความเร็วสูงสุด 6GB พร้อมความเร็วหลัง FUP ที่ 512kbps (เพิ่มขึ้นจากข้อเสนอเดิมที่ 256kbps) และให้โทร 70 นาที ซึ่งถือเป็นการปรับจากแพ็กเกจธงฟ้า ปัจจุบันราคา 240 บาท ที่ให้เพียง 2GB และโทร 30 นาที
ทันหุ้น • 20 มี.ค. 69
อ่าน
Krungthai CIO ปรับมุมมองลงทุนระมัดระวังขึ้นในระยะสั้น
#ทันหุ้น #2026 #SET #Krungthai CIO ปรับมุมมองลงทุนระมัดระวังขึ้นในระยะสั้น ชี้วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซสะเทือนพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ตลาดหุ้นKrungthai CIO ปรับมุมมองการลงทุนระยะสั้น ลดน้ำหนักหุ้นจากให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่า Benchmark (Slightly Overweight) สู่ระดับคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับ Benchmark (Neutral) หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน กระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัวจากราคาพลังงานและอาหาร แนะนักลงทุนทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง ใช้กลยุทธ์ Barbell และถือทองคำเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 16 - 20 มีนาคม 2569 ว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก ส่งผลให้การลำเลียงน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดขณะเดียวกัน ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี Donald Trump ที่ระบุว่า กองทัพยังไม่มีความพร้อมในการเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะ Supply Disruption ในตลาดพลังงานโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วKrungthai CIO ระบุว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงกระทบตลาดน้ำมัน แต่ยังทยอยส่งต่อไปยังสินค้าอื่นโภคภัณฑ์อื่นๆโดยเฉพาะราคาอาหารที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลกนอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปในสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินโลกต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดจะจับตาทั้งผลการประชุม การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของธนาคารกลางหลักต่อเงินเฟ้อและทิศทางเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก ค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายขณะเดียวกันนักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของการบริโภค รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน (CPI) ขณะที่ในเอเชีย ตลาดจะจับตาราคาบ้านของจีนและเงินเฟ้อญี่ปุ่น นอกจากนี้ งานประชุมเทคโนโลยี Nvidia GTC 2026 อาจส่งสัญญาณต่อทิศทางอุตสาหกรรม AI และมีอิทธิพลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกด้วยความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น Krungthai CIO จึงปรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อการลงทุนในหุ้นระยะสั้นจาก “Slightly Overweight” ลงสู่ระดับ “Neutral” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น แม้ในระยะกลางตลาดหุ้นโลกยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างอยู่ก็ตาม ส่วนกลยุทธ์ลงทุน แนะนำให้ คงสัดส่วนการลงทุนเดิมและทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง โดยใช้หลัก Margin of Safety ผ่านการแบ่งไม้ลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงประมาณ 5–10% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นขณะเดียวกัน แนะนำใช้กลยุทธ์ Barbell Strategy โดยผสมผสานการลงทุนระหว่าง หุ้นกลุ่มเติบโต เช่น เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ กับ หุ้นกลุ่มเชิงรับ เช่น Healthcare เพื่อเพิ่มความทนทานของพอร์ต พร้อมถือ ทองคำประมาณ 5–10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดย Krungthai CIO ยังปรับลดคำแนะนำตลาดหุ้น สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม ลงสู่ระดับ “Neutral” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น
ทันหุ้น • 17 มี.ค. 69
อ่าน
CKP กสิกรไทย ชี้กำไร Q4/68 ดีกว่าคาด แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 3 บาท
#CKP #ทันหุ้น-บล.กสิกรไทย ระบุว่าบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ได้รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% YoY แต่ลดลง 35% QoQ ซึ่งกำไรออกมาสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 23% จากส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี หรือ XPCL ที่สูงกว่าคาด 17% โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเชิง YoY ได้รับแรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำพระบาง หรือ LPCL ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ เกิดจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาลส่วนแนวโน้มกำไรปี 2569 คาดว่าจะอ่อนตัวลง จากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลง เนื่องจากสภาพอากาศมีแนวโน้มเปลี่ยนจากภาวะลานีญาในช่วงต้นปี 2569 ไปสู่เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และเนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 82% ของกำลังการผลิตรวมทั้งหมดของ CKP ดังนั้นหากปริมาณน้ำลดลง จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรกลยุทธ์การลงทุน คงคำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 3.00 บาท แม้ผลประกอบการปี 2569 จะอ่อนแอลง แต่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของ CKP ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ของโรงไฟฟ้า LPCL ในปี 2573 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1,016 MWe เป็น 1,746 MWe
ทันหุ้น • 24 ก.พ. 69
อ่าน
ทำไม Ethereum ถึงร่วง? Tom Lee เผย ศึกแย่งเลเวอเรจ ทองคำพุ่งทำคริปโทเฉา
#ETH #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า Tom Lee หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Fundstrat แย้งว่าการดิ่งลงของราคา Ether (ETH) เมื่อเร็วๆ นี้ควรถูกมองว่าเป็นโอกาสที่ "น่าดึงดูด" เนื่องจากพื้นฐานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และราคาที่ร่วงลงนั้นเกิดจากการขาดแรงขับเคลื่อนจากเลเวอเรจและการที่เงินทุนไหลไปสู่โลหะมีค่าเท่านั้นไตรมาสแรกของปี 2026 กำลังกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของ Ether อย่างไรก็ตาม Lee กล่าวว่าราคาที่ลดลงนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กิจกรรมบนเครือข่าย (On-chain activity) และปัจจัยพื้นฐานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเขาระบุว่า ธุรกรรมรายวันของ Ethereum พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.8 ล้านครั้งเมื่อวันที่ 15 มกราคม และจำนวนที่อยู่กระเป๋าเงินที่มีความเคลื่อนไหว (Active addresses) ในปี 2026 ก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 1 ล้านที่อยู่ต่อวันในช่วงฤดูหนาวคริปโตปี 2018 และ 2022 กิจกรรมการทำธุรกรรมและจำนวนกระเป๋าเงินของ Ethereum นั้นลดลง "ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่เราเห็นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา" Lee กล่าว "ดังนั้น ปัจจัยที่ไม่ใช่พื้นฐานจึงเป็นเหตุผลที่อธิบายความอ่อนแอของราคา ETH ได้ดีกว่า"Lee กล่าวว่ามีสองปัจจัยที่กดราคา Ether ไว้ ประการแรกคือ เลเวอเรจ (การใช้เงินกู้เพื่อลงทุน) ยังไม่กลับเข้าสู่ตลาดคริปโตนับตั้งแต่การดิ่งลงอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาโลหะมีค่าได้ "ทำหน้าที่เป็นเหมือน 'หลุมดำ' (Vortex) ที่ดูดกลืนความต้องการเสี่ยง (Risk appetite) ไปจากคริปโต"BitMine ช้อนซื้อหนัก! หลัง ETH ร่วง 25% ในสัปดาห์เดียวบริษัทบริหารคลังสำรอง Ethereum ของ Lee อย่าง BitMine ดูเหมือนจะวางเดิมพันกับการฟื้นตัว โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา BitMine ได้เข้าซื้อ ETH เพิ่มอีก 41,788 เหรียญ"BitMine ซื้อ Ethereum อย่างสม่ำเสมอ เพราะเรามองว่าการย่อตัวครั้งนี้มีความน่าดึงดูด เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น" เขากล่าว "ในมุมมองของเรา ราคาของ ETH ไม่ได้สะท้อนถึงประโยชน์ใช้สอยที่สูงของมัน และบทบาทในการเป็นอนาคตของการเงิน"ปัจจุบัน BitMine ถือครอง ETH อยู่ 4.28 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 3.55% ของอุปทานทั้งหมด และเดินหน้าไปแล้ว 70% ของเป้าหมายที่จะถือครองให้ถึง 5% โดยบริษัทได้นำ ETH ไปวางค้ำประกัน (Staked) ไว้ประมาณ 2.87 ล้านเหรียญอย่างไรก็ตาม คลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งนี้เกือบจะเผชิญกับผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized loss) ถึง 7 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ราคา Ether ละลายลงราคาที่ดิ่งลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว โดย ETH ทรุดตัวลงมากกว่า 25% จากระดับประมาณ 3,000 ดอลลาร์ สู่จุดต่ำสุดของตลาดหมีที่ 2,200 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อยที่มา https://cointelegraph.com/news/fundstrat-tom-lee-cites-lack-leverage-metals-vortex-ether-slump
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ SPA ให้เป้าพื้นฐาน 3.5 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นสร้างฐานรอสัญญาณ Breakout / ภาพระยะสัปดาห์ MACD ยกตัวก่อนราคาหุ้น (Bullish divergence) ประเมินแนวรับ 3.0 บาท / แนวต้าน 3.06 – 3.14 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประมินแนวต้านถัดไป +/- 3.3 บาท (Stop loss 2.94 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด การท่องเที่ยวไทยเริ่มฟื้น เราประเมินนักท่องเที่ยวจีน + เอเชียเหนือ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ SPA ในปีก่อนเป็นจุดต่ำสุด และคาดเริ่มฟื้นตัวใน 1Q69 โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 17.9 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 23 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีนี้พลิกกลับมาโต +20% YoY หลังกำไรลดลง YoY มา 2 ปีต่อเนื่องหุ้น OSP ให้เป้าพื้นฐาน 20 บาท โดย 1) ราคาหุ้น Sideway up ทำจุดสูงใหม่ ประเมินแนวรับ 17.7 บาท / แนวต้าน 18.1 – 18.4 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 18.8 บาท (Stop loss 17.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรปกติ 4Q68 โตเด่น YoY QoQ ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไรปกติใน 4Q68 โต +28% YoY +12% QoQ (ประมาณการฯมี Upside) และคาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นตัวต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง + เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน (+ยอดขายเครื่องดื่ม) … อย่างไรก็ดีคาดจะมีรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ +/-100 ล้านบาท แต่ไม่กระทบผลการดำเนินหลัก 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 14.8 เท่า (-1.75 SD) และ Dividend yield ปีละ 6% … คาดปันผลสำหรับ 2H68 หุ้นละ 0.6 บาท (Yield 3.4%)หุ้น WHA ให้เป้าพื้นฐาน 3.8 บาท โดย 1) ภาพระยะสัปดาห์ MACD ยกตัวก่อนราคาหุ้น (Bullish divergence) / ระยะสั้นประเมินราคาพักแนวรับ ประเมินแนวรับ 3.34 บาท / แนวต้าน 3.46 – 3.52 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 3.6 บาท (Trailing stop 3.3 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจาก Data center และการลงทุนที่รอปลดล๊อคจะเร่งตัวขึ้นหลังการเลือกตั้ง เราประเมินแนวโน้มกำไร 4Q68 จะเร่งตัวขึ้นจากการโอนที่ดินนิคมฯ รวมทั้งประเมินโครงการที่ขอ BOI ไว้จำนวนมาก (+/-2 ล้านล้านบาท) รอปลดล๊อค โดยเฉพาะโครงการ Data center ที่จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานใน 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งธุรกิจนิคมฯและสาธารณูปโภค 3) Valuation ถูก ปันผลสูง Forward PE +/-11.5 เท่า Dividend yield ปีละ 6.5% ขณะที่คาดปันผลสำหรับ 2H68 หุ้นละ 0.153 บาท (Yield 4.5%)
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
Binance ทุ่มพันล้านดอลล์ช้อน BTC พยุงตลาดหลังราคารูดต่ำสุดในรอบปี
#Binance #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า Binance ประกาศว่าจะดำเนินการเปลี่ยนทุนสำรองในรูปแบบเหรียญ Stablecoin มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) ที่ถือครองอยู่ในกองทุนสินทรัพย์ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ (Secure Asset Fund for Users หรือ SAFU) ให้กลายเป็น Bitcoin ทั้งหมดภายใน 30 วันข้างหน้าในจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ Binance ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตผ่านวัฏจักรของตลาดและช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน โดยเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องในมูลค่าระยะยาวของบิตคอยน์ ทั้งนี้ กองทุน SAFU ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องผู้ใช้จากการสูญเสียที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การถูกแฮ็กหรือปัญหาทางเทคนิคของแพลตฟอร์มเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากการถือครอง Bitcoin แทนเหรียญ Stablecoin ทาง Binance กล่าวว่าจะทำการตรวจสอบและปรับสมดุลกองทุน (Rebalancing) อย่างสม่ำเสมอตามมูลค่าตลาด"หากมูลค่าตลาดของกองทุนลดลงต่ำกว่า 800 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากการผันผวนของราคา BTC ทาง Binance จะดำเนินการปรับสมดุลกองทุนเพื่อฟื้นฟูมูลค่าให้กลับมาอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์" ตลาดซื้อขายคริปโตยักษ์ใหญ่ระบุในแถลงการณ์การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะราคา Bitcoin ที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง อ้างอิงข้อมูลจากหน้าราคาบิตคอยน์ของ The Block พบว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกราคาตกลงถึง 7% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สู่ระดับ 82,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วแรงเทขายดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายประการ รวมถึงการโยกย้ายเงินทุนไปยังโลหะมีค่าอย่างทองคำและเงิน, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การประกาศกำแพงภาษีของสหรัฐฯ, สภาวะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ในวงกว้างของตลาดหุ้น และการไหลออกของเงินทุนอย่างต่อเนื่องจากกองทุน Bitcoin ETFด้านสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกัน โดย Ether ร่วงลง 8.23% อยู่ที่ 2,707 ดอลลาร์, XRP ลดลง 7.9% อยู่ที่ 1.74 ดอลลาร์ และ Solana ดิ่งลง 8% สู่ระดับ 113.45 ดอลลาร์ขณะเดียวกัน ข้อมูลการล้างพอร์ต (Liquidation) จาก Coinglass ระบุว่า มีสถานะการเทรดคริปโตมูลค่ารวมประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์ถูกล้างพอร์ตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้คิดเป็นความเสียหายจากสถานะฝั่งซื้อ (Long positions) ถึง 1.59 พันล้านดอลลาร์ที่มา https://www.theblock.co/post/387786/binance-1-billion-safu-bitcoin
ทันหุ้น • 30 ม.ค. 69
อ่าน
GRAND IVORY RECORD ประเดิมปีม้า ส่ง "CSNP" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "Low Batt" ชาร์จพลังก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
หลังจากปล่อย เพลง CRISPY, BLEED COLD, LIMOUSINE จากมินิอัลบั้ม "Call Me CSNP" ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุด "CSNP" หรือ "สมาร์ท ชิษณุพงศ์" จากค่าย GRAND IVORY RECORD ก็กลับมาประเดิมปีม้าด้วยซิงเกิลใหม่ "LOW BATT" เพลงของคนแบตใกล้หมด พลังชีวิตเหลือน้อย แต่ยังสู้จนหยดสุดท้าย เนื้อเพลงเปรียบเปรยการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เหมือนกับการแข่งรถ F1 ตลอดเวลา ใช้ "เงิน" เหมือนเป็น Powerbank เพื่อชาร์ตแบตให้วิ่งต่อ ผสมผสานบีท Hip-Hop ที่หนักแน่นเข้ากับเมโลดี้ Pop ติดหู พร้อมท่อนแร็ปที่มี Flow ลื่นไหลเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวแบบ "CSNP" เล่าเรื่องราวความทะเยอทะยานและการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านเปรียบเทียบที่เฉียบคม สะท้อนความพยายามของคนรุ่นใหม่ "สมาร์ท ชิษณุพงศ์" เผยว่า "เพราะเป็นซิงเกิลใหม่ ที่ผมอยากจะให้แฟน ๆ ของผมได้เห็น และ ทำให้ผมเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่แฟน ๆ ชาวไทยหวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ ผมมีส่วนเกือบจะทุกขั้นตอนเลยครับ ผมใส่ความต้องการและไอเดียความเป็นตัวเองลงไปใน สตอรี่ของ MV รวมไปถึงท่าเต้นนิดหน่อยครับ แร็ปในเพลงผมมองว่ามันสนุกมาก ๆ ครับ ท้าท้ายมาก ๆ ทั้งโทนเสียงที่เปลี่ยนจากปกติที่ร้อง ให้มันมีความกวน ๆ ดูสนุกมากขึ้นยิ่งขึ้นครับ ส่วนจังหวะเนื้อเพลงกับดนตรีที่เราต้องสับ ๆ กับท่าเต้น ก็ท้าท้ายไม่แพ้กันครับ ขอฝากเพลง low batt ไว้ด้วยนะครับ รับฟังได้ทุก streaming platforms เลย MV สามารถดูได้ที่ YOUTUBE : Grand Ivory Record (GIR) ผมก็หวังว่าเพลงนี้จะช่วยทำให้ทุกคนสนุก ทำให้ทุกคนมีความสุข และหายเหนื่อยกับวันที่แย่ ๆ นะครับ lets gooo" ดูเอ็มวีเพลง "LOW BATT" (Official Music Video) ได้ที่นี่ ติดตามผ่านทุกช่องทางของ Grand Ivory Record : https://youtube.com/@grandivoryrec?si=N8UNVYPKBgxcXDs9 https://www.instagram.com/grandivoryrec?igsh=YTB1cnMwODRxNDhq https://www.tiktok.com/@grandivoryrec?_t=ZS-8zCeJZ5iAJ0_r=1 https://weibo.com/u/8004816093 https://x.com/grandivoryrec?s=21
ข่าวเพลงไทย • 25 ม.ค. 69
อ่าน
หุ้นอสังหาฯ จากความสิ้นหวัง เปลี่ยนเป็นโอกาสได้หรือไม่?
#ทันหุ้น - บล.บัวหลวง ปรับเพิ่มมุมมองการลงทุนกลุ่มอสังหาฯ จาก “น้อยกว่าตลาด” ขึ้นมาเป็น “เท่ากับตลาด” โดยฝ่ายวิจัยเห็นว่าปัจจัยลบ ได้สะท้อนไปแล้ว จาก 1) การตั้งเป้าหมายปี 2569 เป็นแบบอนุรักษ์นิยม 2) แรงกดดัน GM จากการแข่งขันราคาถูกสะท้อนไปแล้ว และ 3) สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเทียบกับราคาหุ้นในส่วนภาพอุตสาหกรรมปี 2569 โดยรวมฝ่ายวิจัยยังไม่คาดหวังการฟื้นตัวเชิงปริมาณอย่างรวดเร็ว แต่มองว่าอุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วง late-downcycle ที่ downside ถูกจำกัดมากขึ้น ภายใต้แนวทางบริหารแบบเน้นวินัยทางการเงินของผู้ประกอบการ การเปิดโครงการใหม่จึงคัดเลือกที่มีศักยภาพจริง และเน้นการรักษาสภาพคล่องเป็นหลัก เมื่อความคาดหวังของตลาดอยู่ในระดับต่ำมาก โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ “ไม่แย่ไปกว่าคาด” หรือแม้แต่การทรงตัวได้ ย่อมเพียงพอที่จะสร้างแรงหนุนเชิง valuation ไม่ให้ลงไปกว่านี้ได้มากขึ้นมุมมองพื้นฐาน ณ ระดับ valuation ปัจจุบัน กลุ่ม ResProp ซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวราว −2SD ทั้งในเชิง P/E และ P/BV ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงลบไปแล้วเป็นส่วนใหญ่รายงานวันนี้นอกจากปรับน้ำหนักการลงทุนของกลุ่ม เรายังปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นรายตัวเป็น ซื้อ ได้แก่ AP SC SIRI และ SPALI โดยเลือก SPALI เป็น Top Pick ของกลุ่มฯ จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง สภาพคล่องสูง และบริหารความเสี่ยงได้ดี ส่วน AP เป็นตัวเลือกแบบเน้น Beta สูง
ทันหุ้น • 7 ม.ค. 69
อ่าน
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส คาดแนวโน้มตลาดวันนี้ SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,270-1,287 จุด ชะลอความร้อนแรงระยะสั้นหลังจากปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งวานนี้ ภาพรวมตลาดตอบรับเชิงบวกจากบรรยากาศกาลงทุน Risk-On ช่วงต้นไปไปพอสมควร ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นบ้างหลังพุ่งขึ้นวานนี้ ภาพรวมตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน ประเด็นตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและประเทศต่างๆยังคงต้องติดตามทั้งประเด็นที่ทรัมป์พูดถึงโคลัมเบียและกรีนแลนด์ คาดยังคงหนุนหุ้นในกลุ่มความมั่นคงทั่วโลกส่วนตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯเดือน ธ.ค. ออกมาต่ำกว่าคาดและชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 47.9 อย่างไรก็ตามโฟกัสหลักสัปดาห์นี้อยู่ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯเดือน ธ.ค. ในคืนวันศุกร์ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในระยะถัดไป สำหรับ “January Effect” ปีนี้เรายังคงมุมมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจากความคาดหวังเชิงบวกจาก Pre-Election Rally ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง จากเม็ดเงินหาเสียงที่จะสะพัดหนุนเศรษฐกิจและการบริโภคให้คึกคักมากขึ้นในระยะสั้นโดยหุ้นในกลุ่ม Domestic และ Consumption Play อย่าง ค้าปลีก อาหาร ไฟแนนซ์ การแพทย์ อสังหาฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยัง Laggard ตลาดและมีระดับ Valuation ที่ค่อนข้างถูก ยังมีโอกาสพลิกมาปรับตัวดีกว่าคาดโดยเฉพาะในช่วงครึ่งเดือนหลัง ขณะที่หุ้นปันผลสูงคาดยังแข็งแรงต่อเนื่องจากธีม Dividend Playกลยุทธ์ : เน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 แข็งแกร่ง และให้ปันผลในเกณฑ์ดีหุ้นเด่นเดือน ม.ค. : BTG CPALL MTC NEO PRMFSSIA Portfolio : BA, BDMS, BTG, CBG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, WHAUPหุ้นเด่นวันนี้ : BA• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 19.13 บาท• ระยะสั้นมี Catalyst บวกจากสมุยที่เข้าสู่ High Season ของการท่องเที่ยวอีกครั้งใน 1Q26 คาดหนุนผลการดำเนินงานของ BA เร่งตัว q-q• แนวโน้มกำไร BA ปี 2026 คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้เล็กน้อยราว 3% y-y หลังจากชะลอตัวในปี 2025 อีกหนึ่งจุดเด่นยังคงอยู่ที่ Dividend Yield ที่สูงราว 6% ต่อปี• แนวรับ 15.10 บาท แนวต้าน 15.70//16.30 บาทด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ (SET Index) มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ โดยมีแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิเมื่อวานนี้กว่า 2.3 พันล้านบาท ประกอบกับ Sentiment เชิงบวกจากตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ดัชนีอาจเผชิญแรงกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTTEP เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 60 เหรียญฯ แม้จะมีสถานการณ์ตึงเครียดในเวเนซุเอลา (สหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร) แต่ตลาดให้ความสำคัญกับภาวะอุปทานล้นตลาดมากกว่า วันนี้ประเมินว่าหุ้นกลุ่มธนาคารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) จะยังคงเป็นตัวหลักในการชี้นำตลาดปัจจัยในประเทศความขัดแย้งไทย-กัมพูชา: ความตึงเครียดบรรเทาหลังจากการตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือนธ.ค.68 แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิค ติดตามทั้งสองฝ่ายจะตกลงจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) นัดพิเศษที่กัมพูชาร้องขอหรือไม่ สถานการณ์ดูสงบลง ความกดดันต่อการเลือกตั้งไทยน้อยลง เป็นบวกกับภาพตลาดโดยรวมการเมืองไทย: การหาเสียงเลือกตั้งมีความเข้มข้นมากขึ้น นักการเมืองเริ่มลงพื้นที่ นโยบายหาเสียงเริ่มทยอยประกาศ ผลโพลคะแนนเสียงจะเริ่มมีให้เห็นในช่วงนี้ ติดตามฐานเสียงพรรคการเมืองหลัก ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาการเมืองไทยปีนี้การปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ปรับขึ้นภาษี VAT จาก 7% เป็น 8.5% เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง โดยมีแผนนำรายได้บางส่วนไปสนับสนุนกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนFund Flow: ปิดวานนี้ (5 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้นไทย 2,369 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ ซื้อสุทธิ 929 ล้านบาทค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.33 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวแข็งค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.46 บาท/ดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลาปัจจัยต่างประเทศความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา (จับกุมประธานาธิบดีมาดูโร) ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเหนือ $4,420 (Safe Haven) ขณะที่จีนแสดงท่าทีคัดค้านการกระทำของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างความกังวลในระดับนานาชาติราคาน้ำมันดิบ: ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำกว่า $60 และ $57 ตามลำดับ แม้จะมีเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา แต่ตลาดกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกิน (Supply Glut) มากกว่าการขาดแคลน ส่งผลลบต่อหุ้น PTTEPนโยบายการเงินสหรัฐฯ: Neel Kashkari ประธาน Fed สาขา Minneapolis ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลาง (Neutral) แล้ว ซึ่งลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเศรษฐกิจเวียดนาม: GDP ไตรมาส 4/68 ของเวียดนามเติบโต 8.46% สูงกว่าคาดการณ์ แสดงถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตัวเลขเศรษฐกิจและ Eventการประชุม ครม.ความร้อนแรงของตลาดในวันแรกของสัปดาห์มักจะตามมาด้วยแรงขายทำกำไรในวันถัดไป หากดัชนียังยืนบวกได้แสดงว่าแรงซื้อยังแข็งแกร่ง ดาโอ แนะนำให้ Follow buy โดยเน้นจับจังหวะเก็งกำไรระยะสั้น (Trading)หลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ในช่วงสั้นจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว•ติดตามหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Fund Flow และหุ้น Tech/Electronics ที่มี Sentiment บวกจากต่างประเทศหุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ PTTEP ออก และนำ AOT เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย AOT(10%), BCH(10%), KBANK(10%), CRC(10%), CPALL(10%), TTB(10%), ADVANC(10%)Technical : BAM, SPRCขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,270 แนวต้าน 1,290 ซึ่งคาดดัชนียังได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้น Big Cap.กลุ่มอิเล็ก, ไอซีที, ขนส่ง และธนาคาร ซึ่งคาดมีโอกาสปรับขึ้นในช่วง Election Rally แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย ปันผลสูง เช่น ADVANC, SCB, TTB, AP / ท่องเที่ยว AOT, CENTEL, MINT, SHR ได้ปัจจัยหนุนในช่วง High SeasonBAM* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.95 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 เติบโต QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากยอดจัดเก็บหนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล บวกกับการขาย NPA ที่ดีขึ้นตามการออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เน้นปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าเองมากขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้จะลดลงสอดคล้องกับการชำระหนี้ของลูกค้า สำหรับปี 68 ตลาดคาดกำไร 2.2 พันล้านบาท โตราว +40%YoY มีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีราว 7% และมี upside จากการซื้อหนี้ของ JVAMC และ Ari- AMC ที่ร่วมทุนกับออมสิน ตามมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของรัฐบาลในโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้"AP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 10.10 บาท) คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากยอดโอน Aspire วิภา-วิคตอรี่ 2.3 พันลบ. และ gross margin ที่คาดว่าจะดีขึ้นจากยอดขายคอนโดใหม่นอกจากนี้ใน 4Q68 จะมีการเปิดตัว 22 โครงการกว่า 2.4 หมื่นลบ.consensus คาดกำไรปี 68 ที่ 4,458ลบ. -14%YoYและคาดว่าปี 69 จะกลับมาฟื้นตัวที่4,999ลบ.ขยายตัว +12%YoY หลังผลกระทบแผ่นดินไหวผ่อนคลายลง กลับมาเติบโตจากฐานที่ต่ำในปี 68
ทันหุ้น • 6 ม.ค. 69
อ่าน
แนะนำ หูฟังบลูทูธน่าใช้ อัปเดตช่วงปลายปี 2025
ช่วงปลายปีแบบนี้ ใครที่กำลังมองหาหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ใช้ ลองมาลิสต์นี้เลยครับ ที่พวกเรา True ID คัดมาแล้วทั้งแบบ In-Ear และแบบครอบหู Over-Ear โดยจะมีรุ่นไหนน่าสนใจกันบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย หูฟังบลูทูธน่าใช้แบบ In-Ear Sony WF-1000XM5 บอกเลยว่าใครที่เคยบ่นว่ารุ่นก่อนใหญ่เทอะทะ ตอนนี้ Sony จัดให้แบบจัดเต็ม! เจ้า WF-1000XM6 ตัวนี้มาพร้อมขนาดและน้ำหนักที่เล็กลงมาก ทำให้สวมใส่สบายหูได้ยาวนานตลอดวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด แต่ถึงตัวจะเล็ก พลังเสียงไม่เล็กตาม! ด้วยขุมพลังชิป Integrated Processor V2 ตัวใหม่ล่าสุด ทำให้โหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) ก้าวขึ้นไปยืนอยู่ระดับ Top Tier ของตลาด หายห่วงเรื่องเสียงรบกวนรอบข้างไปได้เลย ขณะที่โหมดฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Mode) ก็ยังทำได้เยี่ยมยอด ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหู แถมยังคุยโทรศัพท์ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะมีการจัดการเสียงรบกวนขณะคุยที่ดีขึ้นด้วย! แบตเตอรี่ก็อึดสุด ๆ ฟังต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง และรวมกับเคสชาร์จก็อยู่ได้ยาวถึง 24 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยี Fast Charge ชาร์จแค่ 3 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีกตั้ง 60 นาที แถมยังชาร์จไร้สายได้อีกด้วย! นอกจากความสามารถพื้นฐานที่โคตรเทพแล้ว XM6 ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นหลายเท่าตัว เริ่มจาก Multipoint Pairing ที่เชื่อมต่อพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ สลับไปมาระหว่างมือถือกับโน้ตบุ๊กได้แบบไม่มีสะดุด และรองรับการฟังเพลงระดับ Hi-Res Audio ผ่าน Codec สุดเจ๋งอย่าง LDAC และ LC3 พร้อมเทคโนโลยี DSEE Extreme ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงเพลงทั่วไปให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น แถมยังรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง 360 Reality Audio อีกต่างหาก! ตัวหูฟังมาพร้อม Dynamic Driver X ขนาด 8.4 mm. ที่ให้คุณภาพเสียงสุดยอด และมีฟังก์ชันสุดล้ำอย่าง Speak to Chat (หยุดเพลงเมื่อเราพูด), Adaptive Sound Control และการสั่งงานแบบ Gestures โดยใช้ท่าทางของศีรษะ! ตัวหูฟังยังทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำ IPX4 และที่เจ๋งสุด ๆ คือวัสดุที่ใช้ทำหูฟังและกล่องยังมาจากวัสดุรีไซเคิลด้วยนะ! MARSHALL Minor IV Black เตรียมตัวพบกับความร็อกที่มาในขนาดเล็กกะทัดรัด! Marshall Minor IV ไม่ได้มาแค่ดีไซน์สุดคูลสไตล์แอมป์กีตาร์ แต่ยังมาพร้อมคุณภาพเสียงที่ทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Marshall ที่แฟน ๆ คุ้นเคย ทีมวิศวกรได้ปรับจูนเสียงอย่างชาญฉลาด ให้โทนเสียงที่ โดดเด่น สมดุล และเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะฟังเพลงแนวไหนก็เพลินจนวางไม่ลง และที่สำคัญคือแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นกว่าเดิมมาก! ตัวหูฟังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมง และเมื่อรวมกับเคสชาร์จสุดเท่ ก็ใช้งานได้รวมกันถึง 30 ชั่วโมง ทำให้คุณฟังเพลงได้ข้ามวันข้ามคืนแบบสบาย ๆ แถมยังมีฟังก์ชัน ชาร์จไว ที่ถ้าคุณรีบ แค่ชาร์จทิ้งไว้ 15 นาที ก็พร้อมใช้งานต่อได้อีกถึง 3 ชั่วโมง! นอกจากเรื่องเสียงและความอึดของแบตเตอรี่แล้ว Minor IV ยังถูกออกแบบมาใหม่ให้สวมใส่สบายหูยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมลุยไปกับคุณได้ทุกที่ด้วยมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ไม่ว่าจะเหงื่อออกหรือฝนตกปรอย ๆ ก็เอาอยู่ การควบคุมก็ง่ายแสนง่ายด้วยระบบสัมผัสที่สามารถใช้หูฟังข้างเดียวควบคุมเพลงและการโทรศัพท์ได้อย่างอิสระ แถมยังมีระบบหยุด/เล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อคุณถอดหรือสวมใส่หูฟัง! พิเศษสุด ๆ คือคุณสามารถปรับแต่ง โปรไฟล์เสียงและ EQ ได้อย่างละเอียดผ่านแอปพลิเคชัน และมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง Battery Preservation ที่ช่วยลดการใช้งานแบตเตอรี่เพื่อยืดอายุการใช้งานหูฟังของคุณให้ยาวนานขึ้นไปอีก นับเป็นหูฟังไร้สายที่ตอบโจทย์ทั้งสายฟังเพลงจริงจัง และสายแฟชั่นที่รักความสะดวกสบายอย่างแท้จริง! Edifier W200T รุ่นนี้เป็นหูฟัง True Wireless ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับประสิทธิภาพได้อย่างลงตัว! Edifier W200T มาในดีไซน์แบบ Fusion ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยการใช้พื้นผิวคล้ายหนังตัดกับการชุบโลหะ ทำให้ดูมีระดับและพรีเมียมเกินราคา แถมยังออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และมีน้ำหนักเบา ทำให้สวมใส่สบายหูได้ยาวนานตลอดวันแบบไม่เมื่อยล้า ส่วนเรื่องเสียงไม่ต้องพูดถึง! เจ้าตัวนี้มาพร้อม ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 13 มม. ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงคุณภาพสูงได้ตามใจชอบ และสำหรับสายคุยโทรศัพท์หายห่วงได้เลย เพราะมีไมโครโฟนในตัวพร้อมเทคโนโลยี ตัดเสียงรบกวน AI ที่จะทำให้เสียงพูดของคุณคมชัดเจนแจ๋ว แม้จะคุยในที่ที่มีเสียงรบกวนก็ตาม! ความสามารถพิเศษของ W200T ยังรวมไปถึงความสะดวกสบายในการใช้งานที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด ด้วย Bluetooth V5.4 ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรและสตรีมเสียงได้แบบไร้รอยต่อ และฟีเจอร์เด็ดอย่าง Multipoint Pairing ที่ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ 2 เครื่อง ทำให้คุณสลับไปฟังเพลงจากมือถือแล้วมารับสายจากโน้ตบุ๊กได้อย่างง่ายดายแบบทันที! แบตเตอรี่ก็อึดไม่แพ้ใคร เพราะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมเคสชาร์จแล้วก็ใช้งานได้รวม 32 ชั่วโมง แถมยังพร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 อีกด้วย! ที่สำคัญคือคุณสามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ, EQ, และฟังก์ชันเสริมได้อย่างอิสระผ่านแอปพลิเคชัน EDIFIER ConneX ได้เลย! HUAWEI FreeBuds SE 3 บอกเลยว่างานนี้ Huawei ไม่ได้มาเล่น ๆ! FreeBuds SE 3 มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหราและไม่เหมือนใคร ด้วยเคสชาร์จที่ผสมผสานระหว่าง หนังสังเคราะห์เนื้อละเอียดเข้ากับโลหะ ให้สัมผัสที่ล้ำสมัยและดูพรีเมียมสุด ๆ โดยมีให้เลือกทั้งสีเบจและสีดำ แต่ถึงเคสจะหรูหรา ตัวหูฟังกลับเบาสบายอย่างเหลือเชื่อ แต่ละข้างมีน้ำหนักเพียง 3.8 กรัม เท่านั้น และถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างพิถีพิถันจากฐานข้อมูลช่องหูจริงกว่า 10,000 ช่อง ทำให้สวมใส่ได้พอดีคล่องตัวเหมือนไม่ได้ใส่! ด้านพลังเสียงก็จัดเต็มไม่แพ้ใคร ด้วย ไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ที่ให้เสียงที่คมชัดและมี เบสที่หนักแน่นสะใจ ตอบโจทย์ทั้งการฟังเพลง ดูหนัง หรือแม้แต่เล่นเกมที่ต้องการการซิงค์เสียงและภาพที่ไร้รอยต่อผ่าน Bluetooth 5.4 ที่เสถียรสุด ๆ ความอึดของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกจุดที่น่าทึ่ง เพราะสามารถใช้งานรวมกับเคสได้นานถึง 42 ชั่วโมง! หรือถ้าคุณรีบ แค่ชาร์จไวเพียง 10 นาที ก็สามารถฟังเพลงต่อได้อีกถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว! การเชื่อมต่อก็ง่ายแสนง่าย แค่เปิดเคสใกล้โทรศัพท์ก็จะมีการแจ้งเตือนการจับคู่อัตโนมัติทันที หรือถ้าต้องการเชื่อมต่อแบบแมนนวลก็แค่กดปุ่มที่ด้านล่างเคสค้างไว้ 2 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถสั่งการทุกอย่างได้ที่ปลายนิ้วของคุณด้วยเซ็นเซอร์สัมผัสที่ว่องไว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเพลง รับสาย หรือเรียกผู้ช่วยเสียง และไม่ต้องกังวลเรื่องเหงื่อหรือละอองน้ำ เพราะเจ้า FreeBuds SE 3 ผ่านมาตรฐานทนฝุ่นและน้ำกระเซ็นระดับ IP54 ที่พร้อมลุยไปกับคุณทุกกิจกรรมอย่างแน่นอน! Xiaomi Redmi Buds 6 Pro สัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงที่ก้าวกระโดดไปอีกขั้นกับ Redmi Buds 6 Pro หูฟังที่ออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อให้สวมใส่สบาย กระชับเข้ากับหูได้อย่างลงตัว แต่ความพีคอยู่ที่พลังเสียง เพราะนี่คือหูฟังที่ได้รับการรับรอง Hi-Res Audio Wireless และรองรับโค้ดเสียง LDAC ที่สูญเสียคุณภาพเสียงต่ำพิเศษ ทำให้คุณเพลิดเพลินกับคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยมราวกับนั่งฟังในสตูดิโอ! ความลับของเสียงอันสมบูรณ์แบบนี้อยู่ที่การออกแบบ ไดรเวอร์สามตัวแบบโคแอกเชียล (Coaxial) สุดล้ำ ที่เพิ่มไดรเวอร์พายโซอิเล็กทริกความถี่สูงเข้ามา ทำให้เสียงแหลมมีรายละเอียดสุดคมชัดและเสียงมีความลึกมากขึ้น! แถมยังสามารถปรับแต่งเสียงและ EQ ได้อย่างอิสระผ่านการปรับจูนเชิงลึกของ Xiaomi Acoustics Lab อีกด้วย นอกจากพลังเสียงที่กระหึ่มแล้ว Buds 6 Pro ยังมาพร้อมการตัดเสียงรบกวนที่เหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) สูงสุดถึง 55dB และแบนด์วิดท์กว้างพิเศษ 4kHz ที่ปรับตัวได้แบบเรียลไทม์ถึง 16,000 ครั้งต่อวินาที ทำให้คุณเข้าสู่โลกส่วนตัวได้อย่างแท้จริงไม่ว่าสถานการณ์ไหนจะวุ่นวายแค่ไหน! ด้านการสื่อสารก็คมชัดด้วยไมโครโฟน 3 ตัวพร้อม AI ตัดเสียงรบกวน ที่ช่วยลดเสียงลมได้แม้ขณะเดินทางด้วยความเร็วสูง และไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่ เพราะใช้งานได้นานสูงสุดถึง 9.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมกับเคสชาร์จแล้วก็อึดได้ยาวถึง 36 ชั่วโมง แถมยังชาร์จไวแค่ 5 นาที ก็ฟังเพลงได้ถึง 2 ชั่วโมง! ตัวเคสยังดูหรูหราด้วยการเคลือบ Excimer ขั้นสูงที่ให้สัมผัสดุจไหม และมีแถบไฟแสดงแบตเตอรี่แบบใหม่ที่เข้าใจง่าย พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ที่พร้อมลุยไปกับทุกจังหวะชีวิต! หูฟังบลูทูธน่าใช้แบบ Over-Ear Sony WH-1000XM6 Sony WH-1000XM6 หูฟังไร้สายแบบครอบหูที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่พับเก็บได้สะดวก พกพาง่าย แต่พลังไม่ธรรมดา! พระเอกของรุ่นนี้คือระบบ Adaptive Noise Cancelling (ANC) ที่โคตรอัจฉริยะ สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่แบบเรียลไทม์ ทำให้คุณได้สัมผัสกับเสียงคุณภาพสูงแบบเต็ม ๆ โดยไม่มีเสียงรอบข้างมารบกวน ไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศวุ่น ๆ หรือบนเครื่องบินก็ตาม และถ้าต้องใช้คุยโทรศัพท์หายห่วงได้เลย! เพราะ XM6 มาพร้อมกับเทคโนโลยี ไมโครโฟนบีมฟอร์มอัจฉริยะ ที่ช่วยแยกเสียงพูดของคุณออกจากเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณได้ยินเสียงคู่สนทนาชัดเจนเสมอแม้ในที่ที่คนพูดกันเยอะ และยังสามารถกดปิดเสียง (Mute) ได้ทันทีจากตัวหูฟังด้วยนะ! นอกจากจะเป็นหูฟังสำหรับคนฟังเพลงและคนทำงานแล้ว XM6 ยังเป็นเพื่อนซี้ของสายเกมมิ่งและคนชอบความสะดวกสบาย ด้วยการรองรับ ระบบเสียงบลูทูธรุ่นใหม่ ที่ให้ความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ (Low Latency) ทำให้การเล่นเกมและการดูหนังราบรื่นไร้รอยต่อ และยังมาพร้อมฟีเจอร์ Multipoint Connection ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลายจุดพร้อมกันและสลับอัตโนมัติได้อย่างไม่สะดุด! ความเจ๋งยังไม่หมดแค่นี้ เพราะแม้แบตเตอรี่จะใกล้หมด คุณก็สามารถ ฟังเพลงและชาร์จไปพร้อมกันได้ เพียงแค่เสียบสาย USB ก็ฟังต่อได้ทันที และถ้าคุณรีบสุด ๆ แค่ชาร์จเพียง 3 นาที ก็สามารถฟังเพลงต่อได้นานถึง 1 ชั่วโมง! ทำให้ Sony WH-1000XM6 เป็นหูฟังที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การประชุมออนไลน์ยันการเสพงานเพลงระดับพรีเมียม! BO Beoplay H95 Bang Olufsen ฉลองความยิ่งใหญ่ 95 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านเสียง ด้วยหูฟังรุ่นพิเศษ Beoplay H95 ที่ถูกรังสรรค์มาเพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดในทุกมิติ! ตัวหูฟังคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสวยงามและประสิทธิภาพ ด้วยการเลือกใช้วัสดุระดับ High-end ตั้งแต่หน้าปัดอะลูมิเนียมที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัสได้อย่างแม่นยำ ไปจนถึงเอียร์บัดหุ้มด้วย หนังแกะแท้ ที่นุ่มนวลและสามารถถอดออกด้วยระบบแม่เหล็กได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเผยให้เห็นการออกแบบภายในที่สวยงาม หูฟังตัวนี้ขับเคลื่อนด้วย ไดร์เวอร์ไทเทเนียมขนาด 40 มม. ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ พร้อมระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BO ซึ่งวิศวกรเสียงระดับท็อปได้บรรจงสร้างสรรค์ให้ถ่ายทอด เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ Bang Olufsen ให้คุณดื่มด่ำได้ทุกที่ทุกเวลา แน่นอนว่าหูฟังระดับพรีเมียมขนาดนี้ต้องมาพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือกว่า! Beoplay H95 มอบพื้นที่ส่วนตัวให้คุณได้ทุกที่ด้วยระบบ Adaptive Active Noise Cancelling (ANC) อัจฉริยะ ที่ปรับลดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมของคุณแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับเสียงเพลงหรือความเงียบได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังรองรับ Bluetooth 5.1 และ Codecs คุณภาพสูงอย่าง aptX Adaptive ให้การเชื่อมต่อที่เสถียรและเสียงที่คมชัด โดยมาพร้อมไมโครโฟนรวมถึง 8 ตัว (4 สำหรับคุย และ 4 สำหรับ ANC โดยเฉพาะ) และคุณยังสามารถปรับแต่ง EQ เสียงได้ตามใจชอบผ่านแอปฯ Bang Olufsen ได้อีกด้วย! แถมยังรับประกันยาวนานถึง 3 ปี และมาพร้อมกับเคสอะลูมิเนียมสุดหรู อุปกรณ์ครบชุด รวมถึง Flight Adaptor สำหรับสายเดินทาง บอกเลยว่านี่คือหูฟังที่มากกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่คือ งานฝีมือชิ้นเอก ที่คู่ควรแก่การครอบครอง! JBL Tune 720BT หูฟังที่ออกแบบมาเพื่อสายเบสตัวจริง! JBL Tune 720BT คือหูฟังไร้สายแบบครอบหูที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์เสียง JBL Pure Bass อันโด่งดัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสียงที่ใช้ขับเคลื่อนในสถานที่จัดคอนเสิร์ตชื่อดังทั่วโลก! รับประกันได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับเสียงเบสที่ทรงพลัง นุ่มลึก และเร้าใจแบบเต็ม ๆ แต่ถึงจะพลังเสียงจะหนักแน่น ตัวหูฟังกลับมี น้ำหนักเบา และสามารถ พับเก็บได้ง่าย ทำให้สะดวกสุด ๆ ในการพกพาไปฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา การเชื่อมต่อก็ทำได้แบบราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5.3 ล่าสุดที่ช่วยให้สตรีมเสียงคุณภาพสูงจากสมาร์ทโฟนได้อย่างเสถียรไร้สายให้ยุ่งยาก ความน่าทึ่งที่ทำให้ Tune 720BT โดดเด่นกว่าใครคือเรื่องของแบตเตอรี่! มันมาพร้อมความอึดระดับตำนานที่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 76 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มเพียงครั้งเดียว! ฟังได้ต่อเนื่องข้ามวันข้ามสัปดาห์แบบไม่ต้องหาปลั๊กให้วุ่นวายเลยทีเดียว นอกจากความอึดแล้ว หูฟังตัวนี้ยังเปิดโอกาสให้คุณเป็นเจ้าของเสียงด้วยตัวเอง! คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JBL Headphones ฟรี เพื่อเข้าไป ปรับแต่งโปรไฟล์เสียงและ EQ ให้เข้ากับรสนิยมการฟังเฉพาะตัวของคุณได้อย่างง่ายดาย แถมยังสามารถจัดการการโทร, ควบคุมเพลง, และปรับระดับเสียงได้จากปุ่มควบคุมที่อยู่บนเอียร์คัพโดยตรง ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายสุด ๆ ครับ! Soundcore by Anker Q20i Soundcore Q20i หูฟังบลูทูธแบบครอบหูที่จัดเต็มทุกฟังก์ชัน! หัวใจหลักของเจ้าตัวนี้คือ Hybrid Active Noise Cancelling สุดเทพ ที่ใช้ไมโครโฟนถึง 4 ตัว (ทั้งภายในและภายนอก) ทำงานประสานกันเพื่อตรวจจับและลดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 90%! ไม่ว่าคุณจะนั่งเครื่องบิน, อยู่ในรถเมล์ หรือรถไฟ ก็สามารถดำดิ่งสู่โลกส่วนตัวได้ทันที! ด้านคุณภาพเสียงก็ไม่เป็นรองใคร เพราะมาพร้อม ไดนามิกไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 40 มม. ที่ให้รายละเอียดเสียงคมชัดระดับ Hi-Res (เมื่อต่อสาย AUX) และยังมีเทคโนโลยี BassUp อันเป็นเอกลักษณ์ที่จะมากระตุ้นให้พลังเบสของคุณกระหึ่มถึงใจสุด ๆ ไปเลย! ความเจ๋งยังไม่หมดแค่นั้น! Q20i มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อึดถึกทนทานชนิดที่ฟังข้ามวันข้ามคืนได้สบาย ๆ โดยใช้งานในโหมดปกติได้นานถึง 60 ชั่วโมง (หรือ 40 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC) แถมยังรองรับ Fast Charging ชาร์จแค่ 5 นาที ก็ฟังต่อได้ยาว ๆ ถึง 4 ชั่วโมง! และสำหรับสายมัลติทาสก์ต้องถูกใจฟีเจอร์ Dual-Connections ที่ให้คุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกันผ่าน Bluetooth 5.0 และสามารถสลับไปมาระหว่างการฟังเพลงจากคอมพิวเตอร์กับการรับสายโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดายแบบอัตโนมัติ! นอกจากนี้ คุณยังสามารถดาวน์โหลดแอปฯ Soundcore เพื่อปรับแต่งเสียง EQ ได้ตามใจชอบ (มี EQ สำเร็จรูปให้เลือกถึง 22 แบบ) สลับโหมด ANC/Transparency ได้ง่าย ๆ หรือแม้แต่เปิดเสียง White Noise ในแอปฯ เพื่อช่วยให้คุณผ่อนคลายอีกด้วย! Bose Quietcomfort Headphones เป็นเจ้าของจังหวะเพลงของคุณเองด้วย Bose QuietComfort Headphones หูฟังครอบหูที่มาพร้อมกับชื่อเสียงระดับตำนานด้านการตัดเสียงรบกวน! เจ้าตัวนี้จะใช้พลังเสียงคุณภาพสูง (High-Fidelity Audio) ผสานกับระบบ Legendary Noise Cancellation อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bose เพื่อผนึกคุณออกจากสิ่งรบกวนภายนอก ให้คุณได้ดื่มด่ำกับจังหวะเพลงของคุณได้อย่างเต็มที่! คุณสามารถเลือกโหมดการใช้งานได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น Quiet Mode ที่ตัดเสียงโลกภายนอกออกไปจนหมด, Aware Mode ที่เปิดรับเสียงรอบข้างให้คุณได้ยินทุกอย่างอย่างชัดเจน, หรือจะสร้าง Custom Mode ผสมผสานเสียงภายนอกตามความต้องการเฉพาะหน้าของคุณผ่านแอปฯ Bose Music ก็ทำได้ง่าย ๆ นอกจากฟังก์ชันเทพ ๆ แล้ว ดีไซน์ของ QuietComfort ยังเป็นเอกลักษณ์และขึ้นชื่อเรื่อง ความสบายที่ยาวนาน ด้วยฟองน้ำหูฟังที่นุ่มนิ่มโอบอุ้มหูของคุณ ทำให้คุณสามารถฟังเพลงโปรดได้ยาวนานต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลว่าเพลงจะจบกลางคัน เพราะหูฟังรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึดที่ให้คุณใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มเพียงครั้งเดียว เหมาะสำหรับเพลย์ลิสต์มาราธอนสุดโปรดของคุณเลย! และสำหรับสายที่ชอบปรับจูนเสียง คุณก็สามารถ "คุมจังหวะ" และ "ดรอปเบส" ได้เองตามใจชอบ ด้วยฟังก์ชัน Adjustable EQ ที่ให้คุณปรับเบส, แหลม, และความสมดุลของเสียงกลางได้อย่างอิสระผ่านแอปฯ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง SimpleSync Technology ที่ให้คุณเชื่อมต่อหูฟังกับ Bose Smart Soundbar ที่บ้านเพื่อดูรายการโปรดแบบส่วนตัวโดยไม่ต้องกลัวเสียงดังรบกวนคนอื่น! และถ้าคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบสายสัญญาณ หูฟังยังรองรับสาย Audio Cable พร้อมไมโครโฟนในตัว ให้คุณได้ฟังเสียงที่คมชัดได้แม้ไม่ต้องใช้ Bluetooth!
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 3 ธ.ค. 68
อ่าน
มุมมองนลท.สิงค์โปร์ ต่อการลงทุนหุ้นไทย
#ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร (KKPS) ระบุว่าได้พบปะกับลูกค้ากว่า 8 รายระหว่างทริปสิงคโปร์วันที่ 24–25 พฤศจิกายน เพื่อพูดคุยพัฒนาการสำคัญและทิศทางกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก และสาธารณูปโภค นักลงทุนส่วนใหญ่ ระบุว่ามีสัดส่วนลงทุนหุ้นไทยต่ำกว่ามาตรฐาน เหตุจากปัญหาเชิงโครงสร้างและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ขณะรอให้รัฐบาลใหม่ออกนโยบายที่สามารถมีประสิทธิผล เพื่อยกระดับแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวด้านแบงก์และโทรคมนาคมยังเป็นกลุ่มที่นักลงทุนมองว่าปลอดภัย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคง (defensive) และมีเงินปันผลที่น่าสนใจ ประเด็นหารือสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง, การลดอัตราดอกเบี้ย, และแนวโน้มการท่องเที่ยว เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยกระตุ้นที่มีศักยภาพในระยะสั้นภาคค้าปลีกและสาธารณูปโภคสำหรับกลุ่มค้าปลีก ประเด็นสำคัญคือ SSS (same-store sales) จะสามารถฟื้นตัวในปี 2569 ได้หรือไม่ หลังผ่านปัจจัยกดดันอย่างอากาศเย็นใน Q2/68 ฝนตกหนักช่วง 2H68 และช่วงไว้อาลัย ที่ผ่านคลายลง สำหรับระยะสั้นปัจจัยสำคัญ คือ ผลการเลือกตั้ง นโยบายหลังเลือกตั้ง และผู้ค้าปลีกที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งนี้มุมมองของฝ่ายวิจัย การลดดอกเบี้ยจะช่วยผู้ค้าปลีก เพราะส่วนใหญ่มีหนี้อัตราลอยตัว ในกลุ่มค้าปลีก CPN ถูกยกให้โดดเด่นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้นจากค่าค่าไฟฟ้าที่ลดลง ขณะที่ GLOBAL ถูกมองว่าอยู่ในสถานะที่ดีจะได้ประโยชน์หากเกิดแรงเก็งกำไรก่อนเลือกตั้งด้านสาธารณูปโภค นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าปกติ เพราะคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะพุ่งตามการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และกระแสรถยนต์ไฟฟ้า การสนทนามุ่งเน้นแนวโน้มสำรองไฟฟ้าของไทยและการเปลี่ยนแปลงของโอกาสด้านเมกะวัตต์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติ PDP ใหม่ อย่างไรก็ดี มีโอกาสเกิดความเสี่ยงเชิงลบในระยะสั้นก่อนการเลือกตั้ง หากนโยบายพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพ ซึ่งอาจรวมถึงการลดค่าไฟฟ้า ในการประชุมครั้งนี้มีการถูกพูดถึงมาก คือ GULF, BGRIM, GPSCโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักลงทุนส่วนใหญ่ชื่นชอบปัจจัยพื้นฐาน GULF และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก PDP ฉบับใหม่และกระแสการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เรามองว่าช่วงก่อนการเลือกตั้งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก ยังคงแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น GULF ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น คือรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในเวียดนาม Q1/69
ทันหุ้น • 28 พ.ย. 68
อ่าน
เคาะไป คุยไป : เคาะ SAV
#ทันหุ้น- SAV บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 3Q25 ที่ 128.1 ล้านบาท -1.4%QoQ, +1.6%YoY ชะลอตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลตามจำนวนเที่ยวบินรวมที่ลดลง โดยเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศที่ -24.4%QoQ รวมถึงผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าบางส่วนของกัมพูชาและผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่วนภาพ YoY ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังโควิด-19 สะท้อนผ่านจำนวนเที่ยวบินรวมที่เพิ่มขึ้น 12.5%YoY แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ (Landing Take-off: International) +10.2%YoY และเที่ยวบินบินผ่าน (Overflight) +14.1%YoYแนวโน้ม 4Q25F คาดทำจุดสูงของปี (ราว 140 ล้านบาท) จากการเข้าสู่ช่วง High season โดย Overflight เติบโตอย่างต่อเนื่องตามปัจจัยฤดูกาล และการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคเช่นเวียดนาม และมาเลเซีย แม้จะมีประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำให้มีการปิดน่านฟ้าไปบ้าง แต่ปริมาณเที่ยวบิน Overflight ยังคงเติบโตต่อเนื่อง QoQ สะท้อนผลกระทบที่จำกัดจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชาส่งผลให้คาดการณ์รายได้ปี 25 ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด (ปี 19: 2.0 พันลบ.) และกำไรสูงกว่าเดิม และปี 26F จะทยอยรับรู้รายได้โครงการเรดาร์ TCML และระบบ FOD ในสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกว่า 2.38 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยส่งมอบใน 2 ปี หนุนรายได้และกำไรเติบโตระดับ Double Digit อย่างมีนัยสำคัญสำหรับประเด็นการขายหุ้นซื้อคืน ไม่ได้มีนัยยะต่อราคาหุ้นมากนัก และไม่น่าจะสร้าง Overhang ต่อราคา เนื่องจากมีจำนวนเพียง 1.57 ล้านหุ้น มูลค่า 16.8 ล้านบาท (เทียบกับวงเงินของโครงการที่ 180 ล้านบาท) และมีช่วงเวลาขายตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 26 – 30 ต.ค. 2528ในเชิง Sentiment ตลาดประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยเรามองว่า SAV ไม่ใช่ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงเหมือนกลุ่ม Consumer product ที่อาจได้รับกระแสต่อต้านจากคนในชาติ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา แม้กัมพูชาจะมีปัญหาทางการเมืองภายในหรือความขัดแย้งกับไทย ตั้งแต่การจลาจลในกรุงพนมเปญ ม.ค. 2003, กรณีเขาพระวิหาร 2008-11, ข่าวพนักงาน CAT Telecom ลอบส่งข้อมูลตารางการบินของคุณทักษิณและ อดีตนายกฯฮุนเซน แก่รัฐบาลอภิสิทธิ์ 2009 พบว่าทางการกัมพูชายังไม่เคยยุติสัมปทาน หรือเข้ามาควบคุมกิจการเกิน 3 เดือน จึงประเมินว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นในกรณีร้ายแรงที่จะถูกยึดสัมปทานนั้นน้อยมาก นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าการบริหารจราจรของสนามบินที่ลาว ผู้บริหารขอยังไม่โฟกัสในช่วงนี้ อยากให้สถานการณ์ไทย-กัมพูชาคลี่คลายก่อนแนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระยะสั้นกลุ่มแท่งเทียนโดจิแกว่งตัวกรอบแคบเพื่อสร้างฐานราคารูปแบบแอ่งกระทะ แนวรับสำคัญเน้นยืนจุดต่ำแท่งเทียนรอบก่อนหน้า แนวต้านNeck Line 11.60 ผ่านยืนและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นตามกัน เป็นสัญญาณชี้นำการกลับขึ้นของรูปแบบ แนวต้านจบรูปแบบ 12.60-12.80คำแนะนำ ASLกรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 11.60/12/12.60กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 11/10.70 ไม่ควรต่ำกว่า
ทันหุ้น • 21 พ.ย. 68
อ่าน
ทำไมคริปโทฯถึงร่วงวันนี้? Fed สกัดฝันลดดอกเบี้ย นักลงทุนทรุด!
#คริปโทเคอร์เรนซี #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกลับมาอยู่ในแดนลบอีกครั้ง โดยมีมูลค่าตลาดรวมลดลงเกือบ 3% ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2025 ทั้ง Bitcoin, Ethereum และ Altcoin หลัก ๆ ต่างประสบกับการลดลงกว่า 10% ส่งผลให้เกิดการ ชำระบัญชี (Liquidations) มากกว่า $400 ล้านดอลลาร์ ภายใน 24 ชั่วโมงแต่อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ขับเคลื่อนการลดลงอย่างกะทันหันนี้?หนึ่งในสาเหตุหลักเบื้องหลังการร่วงลงของวันนี้คือ ความระมัดระวังครั้งใหม่จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังจากการลดอัตราดอกเบี้ย 25 Basis Points ในเดือนตุลาคม Powell กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม ไม่ใช่ "สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน" ซึ่งเป็นการหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงแม้แต่ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยังเตือนว่า นโยบายที่ตึงตัวได้ทำให้เศรษฐกิจบางส่วนชะลอตัวลงแล้ว ทำให้มีช่องว่างจำกัดสำหรับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในภายหลังเครื่องมือ FedWatch Tool ในขณะนี้แสดงให้เห็นว่า โอกาสที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งลดลงเหลือ 69.3% ซึ่งสะท้อนถึงความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมBitcoin ETF มีเงินไหลออกหลายพันล้านสิ่งที่เพิ่มแรงกดดันคือ Bitcoin ETF ยังคงมีเงินไหลออกจำนวนมาก ข้อมูลล่าสุดจาก Fairside แสดงให้เห็นว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ บันทึกการถอนเงินรวม $1.15 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียวการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดมาจากกองทุนที่บริหารจัดการโดย BlackRock, ARK Invest และ Fidelity ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังถอนตัวออกจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ BitcoinLong Liquidations ทำให้เกิดการเทขายรุนแรงขึ้นการที่ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $107,500 ได้กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ของการ ชำระบัญชี Long (Long Liquidations) มูลค่าเกือบ $400 ล้านดอลลาร์ โดยมีเทรดเดอร์มากกว่า 162,000 รายถูกกวาดล้างภายในวันเดียว Bitcoin มี Long Position ถูกชำระบัญชีมูลค่า $74.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ethereum คิดเป็น $85.6 ล้านดอลลาร์การชำระบัญชีที่รวดเร็วนี้ได้เร่งให้เกิดโมเมนตัมขาลง และตอนนี้ นักวิเคราะห์เตือนว่า หาก BTC ทะลุต่ำกว่า $106,000 คลื่นการชำระบัญชีอีก $6 พันล้านดอลลาร์ อาจตามมาAltcoin ได้รับผลกระทบหนักกว่า BitcoinAltcoin ประสบกับการขาดทุนที่รุนแรงยิ่งกว่า โดยโทเคน 50 อันดับแรก ร่วงลงเกือบ 4% ภายในวันเดียว การครองตลาดของ Bitcoin (Bitcoin’s dominance) เพิ่มขึ้นเป็น 60.15% แสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์กำลังเปลี่ยนไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าขณะเดียวกัน Ethereum ร่วงลง 4.4% เหลือ $3,734, XRP ลดลง 3.38% และ BNB ลดลง 4.8% เหลือ $1,039 อย่างไรก็ตาม Uniswap และ Dogecoin เป็นกลุ่มที่ทำผลงานแย่ที่สุด โดยสูญเสียมูลค่า 9% และ 6.9% ตามลำดับที่มา https://coinpedia.org/news/why-is-the-crypto-market-down-today-on-nov-3/
ทันหุ้น • 3 พ.ย. 68
อ่าน
ETF Bitcoin ถูกถอน $94 ล้าน ท่ามกลางตลาดคริปโทฯ อ่อนแอ
#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Coinpedia ได้ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ทั้ง ETF สปอตของสหรัฐฯ ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ประสบกับการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รายงานจาก SoSoValue ระบุว่า ETF Bitcoin บันทึก เงินไหลออกสุทธิ 94.00 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF Ethereum เห็น เงินไหลเข้า 5.32 ล้านดอลลาร์รายละเอียด ETF BitcoinETF Bitcoin มีเงินไหลออก 94.00 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลดลงที่น่าสังเกต มี ETF เพียงสองกองที่แสดงการเทขาย ได้แก่ Grayscale GBTC บันทึกการถอน 82.90 ล้านดอลลาร์ และ Invesco BTCO 11.10 ล้านดอลลาร์ไม่มี ETF ใดที่บันทึกผลกำไรในรอบนี้ มูลค่าการซื้อขายรวมลดลงเหลือ 4.55 พันล้านดอลลาร์ โดยมีสินทรัพย์สุทธิรวม 152.66 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 6.82% ของมูลค่าตลาด Bitcoinรายละเอียด ETF EthereumETF Ethereum บันทึก เงินไหลเข้ารวม 5.32 ล้านดอลลาร์ โดยมี ETF สองกองที่มีกำไร คือ Bitwise ETHW และ Fidelity FETH ที่เพิ่มขึ้น 12.31 ล้านดอลลาร์ และ 9,996.44K ดอลลาร์ (เทียบเท่า 9.99644 ล้านดอลลาร์) ตามลำดับ21Shares TETH เป็น ETF เดียวที่รายงาน เงินไหลออก 7.98 ล้านดอลลาร์ มูลค่าการซื้อขายรวมลดลงเหลือ 2.14 พันล้านดอลลาร์ โดยมีสินทรัพย์สุทธิรวม 27.69 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 5.66% ของมูลค่าตลาด EthereumบริบทตลาดBitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 111,584 ดอลลาร์ ลดลง 8.2% จากสัปดาห์ที่แล้ว มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.22 ล้านล้านดอลลาร์ และปริมาณการซื้อขายรายวันอยู่ที่ 69.47 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นโมเมนตัมตลาดที่อ่อนแอEthereum อยู่ที่ 4,015 ดอลลาร์ ต่ำกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 47.22 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดอยู่ที่ 483.33 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงเล็กน้อยทั้งคู่ตลาดคริปโทฯ อ่อนแอลงนับตั้งแต่การเทขายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ความกังวลเกี่ยวกับ สงครามการค้าและภาษีระหว่างสหรัฐฯ-จีน เป็นตัวกระตุ้นให้ราคาลดลง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, การใช้เลเวอเรจมากเกินไป, และการชำระบัญชีขนาดใหญ่ ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมที่มา https://coinpedia.org/news/bitcoin-etfs-hit-by-94m-outflow-amid-crypto-market-weakness/
ทันหุ้น • 16 ต.ค. 68
ดูเพิ่มเติม